คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2503
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีก่อน จะกระทำได้ต่อเมื่อศาลได้สอบถามจำเลยและจำเลยได้รับทราบถึงคำขอให้นับโทษต่อแล้วเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
การสั่งให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีก่อนนั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อความปรากฏว่าจำเลยเป็นคนๆ เดียวกันกับจำเลยในคดีก่อนซึ่งศาลลงโทษไปแล้วการที่จำเลยได้ให้การปฏิเสธความผิด ไม่ได้พูดถึงเรื่องโจทก์ขอให้นับโทษต่อกันแต่ก็มิได้มีการสอบถามจดบันทึกในเรื่องที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไว้แต่ประการใดเช่นนี้ ยังไม่มีทางนับโทษต่อให้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้มีปัญหาข้อกฎหมายมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะในเรื่องการนับโทษต่อ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันปล้นทรัพย์และว่าจำเลยที่ 1 เป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยในคดีดำที่ 1105/2500 คดีดำที่ 1103/2500 ซึ่งต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่าคดีดำที่ 1105/2500 ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 แล้ว ตรงกับคดีแดงที่ 110/2501 จึงขอให้ลงโทษและขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีแดงดังกล่าว
จำเลยให้การปฏิเสธความผิด
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์และสั่งให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีแดงที่ 110/2501
จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยมีความผิดฐานปล้นทรัพย์จริง แต่ข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีแดงที่ 110/2501 นั้น ยังไม่ชอบ เพราะจำเลยที่ 1 มิได้ให้การรับว่าเป็นคน ๆ เดียวกันกับจำเลยในคดีดังกล่าวทั้งศาลชั้นต้นก็ไม่ได้สอบถามจำเลยที่ 1 ในข้อนี้ไว้ จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นคน ๆ เดียวกันกับจำเลยในคดีดำที่ 1105/2500 แดงที่ 110/2501 พิพากษาแก้ศาลชั้นต้น ให้ยกข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากคดีก่อนนั้นเสีย
โจทก์ฎีกาขอให้สั่งนับโทษต่อ และจำเลยที่ 3 ฎีกาว่า ไม่ได้กระทำผิด
ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยทำผิดตามฟ้องจริง ส่วนข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งให้นับโทษต่อจากคดีก่อนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การจะสั่งนับโทษต่อนั้น จะกระทำได้ต่อเมื่อความปรากฏชัดว่า จำเลยเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อเช่น ศาลได้สอบถามจำเลยในเรื่องนี้และจำเลยแถลงยอมรับรองแล้วว่า เป็นความจริงดังที่โจทก์บรรยายในฟ้อง ซึ่งกรณีนี้ได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 1 ได้ให้การปฏิเสธเฉพาะข้อหาในความผิดที่ถูกกล่าวหาเท่านั้น มิได้มีการสอบถามจดบันทึกในเรื่องที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไว้แต่ประการใดจึงยังไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ในคดีนี้จะเป็นจำเลยคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาแดงที่ 110/2501 ดังโจทก์บรรยายในฟ้องหรือตามคำร้องของโจทก์แต่อย่างใด การที่จะให้คิดเอาเองหรือยอมรับรู้โดยปริยายหรือสันนิษฐานเอาว่า จำเลยที่ 1 ในคดีนี้ไม่ใช่ใครอื่น ที่แท้ก็คือจำเลยคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาแดงที่ 110/2501 ดังที่โจทก์มุ่งประสงค์เช่นนั้น หาเป็นการชอบด้วยประมวลวิธีพิจารณาไม่จึงยังไม่มีทางนับโทษต่อให้ได้ดังฎีกาโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้จึงเป็นการชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2503
อัยการจังหวัดราชบุรี โจทก์
นายเทิ้ม ผลงาม ที่ 1 นายดำ ก่ำแก้ว ที่ 2 นายคิม เดชสาร ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดราชบุรี · จำเลย - นายเทิ้ม ผลงาม ที่ 1 นายดำ ก่ำแก้ว ที่ 2 นายคิม เดชสาร ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เชื้อ คงคากุล · สุทธิวาทนฤพุฒิ · ประกอบ หุตะสิงห์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา