⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 19246/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19246/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีอื่นแล้ว การพิพากษาให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากคดีอื่นจึงชอบแล้ว โดยไม่จำต้องให้โจทก์แถลงต่อศาลซ้ำอีก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้กับคดีอาญาอื่นอีกสี่สำนวนของศาลชั้นต้นในวันเดียวกัน ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้กับในคดีอื่นอีกสามสำนวนติดต่อกันไป ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาคดีนี้ โจทก์ย่อมไม่อาจแถลงต่อศาลชั้นต้นได้ว่าคดีอื่นอีกสามสำนวนนั้นศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยหรือไม่ อย่างไร ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าความปรากฏต่อศาลและคู่ความชัดแจ้งแล้วว่าคดีอื่นอีกสามสำนวนนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาให้นับโทษจำเลยติดต่อกันได้ โดยไม่จำต้องให้โจทก์แถลงต่อศาลซ้ำอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 4, 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 121/2555 ถึง 123/2555 และ 125/2555 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ก่อนฟ้อง นายสิทธิศักดิ์ ผู้เสียหาย และจำเลยยอมความกันในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดดังกล่าวจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 4, 91 ตรี จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้นับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 121/2555 ถึง 123/2555 ของศาลชั้นต้น คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำขอให้นับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 121/2555 ถึง 123/2555 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จะนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 121/2555 ถึง 123/2555 ของศาลชั้นต้นได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามฎีกาโจทก์โดยจำเลยไม่ได้แก้ฎีกาให้เห็นเป็นอย่างอื่นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 121/2555 ถึง 123/2555 ของศาลชั้นต้น ในวันเดียวกัน และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีดังกล่าวในวันเดียวกันโดยพิพากษาในเวลาใกล้เคียงเกี่ยวเนื่องกันไป เห็นว่า ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้กับในคดีอื่นอีกสามสำนวนติดต่อกันไป ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาคดีนี้ โจทก์ย่อมไม่อาจแถลงต่อศาลชั้นต้นได้ว่าคดีอื่นอีกสามสำนวนนั้น ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยหรือไม่ อย่างไร ทั้งตามพฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าความปรากฏต่อศาลและคู่ความชัดแจ้งแล้วว่าคดีอื่นอีกสามสำนวนนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้วโดยไม่จำต้องให้โจทก์แถลงต่อศาลซ้ำอีก ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นับโทษจำเลยติดต่อกันจึงชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 121/2555 ถึง 123/2555 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19246/2555 พนักงานอัยการจังหวัดพล โจทก์ นายทิวากร พรเติม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพล · จำเลย - นายทิวากร พรเติม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ปดารณี ลัดพลี · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพล - นายรุ่งอรุณ ชนะวีรวรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายก่อเกียรติ เอี่ยมบุตรลบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4406/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4333/2560ฎีกา 529/2484ฎีกา 5387/2547ฎีกา 88/2520ฎีกา 7238/2553ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 3790/2527ฎีกา 1929/2567ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 4411/2536ฎีกา 3475/2550ฎีกา 4620-4621/2543ฎีกา 757/2521ฎีกา 5749/2544ฎีกา 1282/2531ฎีกา 1518/2565ฎีกา 1408/2516ฎีกา 3518-3522/2530ฎีกา 2229/2517ฎีกา 1398/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา