⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 726/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับโทษจำคุกต่อจากคดีอื่นเป็นดุลพินิจของศาล โดยจะพิจารณาถึงความเหมาะสมของโทษที่จำเลยต้องรับต่อไปกับความผิดที่กระทำขึ้นใหม่ หากโทษที่ต้องรับต่อไปนั้นเหมาะสมแก่ความผิดแล้ว ศาลอาจไม่นับโทษต่อจากคดีเดิม.

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลจะนับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่นนั้นเป็นดุลพินิจของศาลจะพิจารณาเห็นสมควร การที่จำเลยต้องคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดีอื่นซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานอภัยโทษจนเหลือโทษจำคุกอีก 10 ปี และระหว่างกำลังรับโทษที่เหลืออยู่นี้ได้กระทำผิดฐานฆ่านักโทษซึ่งศาลพิพากษาให้จำคุก 20 ปี เช่นนี้ เมื่อพิจารณาว่าจำเลยต้องรับโทษต่อไปอีกถึง 20 ปีข้างหน้าแล้ว เห็นว่าเหมาะสมแก่ความผิดที่กระทำในคดีนี้แล้ว เหตุผลที่จำเลยมากระทำผิดในข้อหาฐานความผิดเดียวกันซ้ำอีก รวมทั้งการได้รับพระราชทานอภัยโทษในคดีที่ขอให้นับโทษคดีนี้ต่อซึ่งคงเหลือจำคุกอีกเป็น 10 ปีนั้น ยังไม่ถือเป็นเหตุพิเศษที่จะควรนับโทษจำคุกจำเลยต่อจากคดีดังกล่าวนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนักโทษนายสมพร ทิมสูงเนินถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า จำเลยเคยต้องโทษฐานฆ่าคนตายตามคำพิพากษาศาลมณฑลทหารบกที่ ๓ (ศาลจังหวัดชัยภูมิ) ซึ่งพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต และจำเลยกำลังรับโทษอยู่โดยกระทำผิดในคดีนี้ขึ้นอีก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๓ กับนับโทษต่อคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๙ ถึง ๑๔๑/๒๕๐๓ ของศาลมณฑลทหารบกที่ ๓(ศาลจังหวัดชัยภูมิ) ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง และในข้อต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตและกำลังรับโทษในคดีดังกล่าวอยู่ขณะกระทำผิดในคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี คำรับสารภาพไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาจึงไม่ลดโทษให้ ส่วนที่ขอเพิ่มโทษ ศาลลงโทษจำคุกจำเลย ๒๐ ปีแล้วจึงเพิ่มไม่ได้ ที่ขอให้นับโทษต่อนั้น ปรากฏว่าโทษในคดีก่อนจำเลยได้รับโทษตลอดชีวิตอยู่แล้ว จึงไม่มีโทษที่จะให้นับต่อจากโทษนั้นอีกให้ยกคำขอมีดของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๙ ถึง ๑๔๑/๒๕๐๓ ของศาลมณฑลทหารบกที่ ๓ (ศาลจังหวัดชัยภูมิ)และยื่นคำแถลงประกอบอุทธรณ์ว่า หลังจากโจทก์ยื่นอุทธรณ์แล้ว โจทก์ได้หลักฐานจากเรือนจำว่า จำเลยได้รับการอภัยโทษ ๒ ครั้ง ครั้งแรกลดโทษจากจำคุกตลอดชีวิตเหลือจำคุก ๒๐ ปี ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๗ จำเลยได้รับการอภัยโทษอีกครั้ง จำเลยคงเหลือโทษจำคุกอีก ๑๐ ปีซึ่งศาลย่อมนับโทษต่อได้ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าแม้จำเลยจะได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยก็มากระทำผิดในข้อหาเดียวซ้ำกัน และปรากฏว่าระหว่างจำเลยต้องโทษอยู่นั้น จำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษ ๒ ครั้ง โทษของจำเลยคงเหลือ ๑๐ ปี มีเหตุพิเศษควรนับโทษจำเลยต่อจากคดีก่อนได้ ไม่ขัดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ พิพากษาแก้ให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีหมายเลขแดงที่ ๑๓๙ ถึง ๑๔๑/๒๕๐๓ ของศาลมณฑลทหารบกที่ ๓(ศาลจังหวัดชัยภูมิ) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาในข้อที่ศาลอุทธรณ์ให้นับโทษต่อ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าขณะศาลพิพากษาคดีนี้จำเลยคงเหลือโทษจำคุกอยู่เพียง ๑๐ ปี เพราะเหตุได้รับการอภัยโทษมา๒ ครั้ง แล้วก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาดูว่าโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้มีกำหนด๒๐ ปี ซึ่งจำเลยจะต้องรับโทษจำคุกในคดีนี้ต่อไปรวมกับโทษจำคุกในคดีก่อนไม่น้อยกว่า ๒๐ ปีแล้ว ก็นับว่าเหมาะสมกับความผิดที่จำเลยกระทำในคดีนี้แล้ว ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรไม่นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๙ ถึง ๑๔๑/๒๕๐๓ ของศาลมณฑลทหารบกที่ ๓ (ศาลจังหวัดชัยภูมิ) ที่ศาลอุทธรณ์อ้างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๘๑/๒๕๐๕ ระหว่างพนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดแม่สอด โจทก์ นายซีอู จำเลย ว่าโดยปกติเมื่อไม่มีเหตุพิเศษ ศาลก็ไม่นับโทษต่อให้ สำหรับคดีนี้ปรากฏว่าแม้จำเลยจะได้รับโทษตามคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่จำเลยก็มากระทำผิดในข้อหาเดียวซ้ำกันและปรากฏว่าระหว่างจำเลยต้องรับโทษจำคุกอยู่ จำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษในโอกาสต่าง ๆ ถึง ๒ ครั้ง โทษจำคุกของจำเลยคงเหลือเพียง ๑๐ ปีเท่านั้น จึงเห็นว่าเป็นเหตุพิเศษควรนับโทษจำเลยต่อนั้นศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลจะนับโทษจำคุกจำเลยต่อหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาล สำหรับคดีนี้เห็นว่าเหตุที่ศาลอุทธรณ์อ้างยังไม่ใช่เหตุพิเศษที่ควรจะนับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อ พิพากษาแก้ไม่นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๙ ถึง ๑๔๑/๒๕๐๓ ของศาลมณฑลทหารบกที่ ๓ (ศาลจังหวัดชัยภูมิ) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 726/2513 อัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นักโทษชายเหลนหรือเณร ญาติรักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นักโทษชายเหลนหรือเณร ญาติรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุธรรม วรรณแสง · ไฉน บุญยก · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายส่งศักดิ์ เปรมวุติ · ศาลอุทธรณ์ - นายแปลก ศิงฆมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4333/2560ฎีกา 529/2484ฎีกา 5387/2547ฎีกา 88/2520ฎีกา 7238/2553ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 3790/2527ฎีกา 1929/2567ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 4411/2536ฎีกา 3475/2550ฎีกา 4620-4621/2543ฎีกา 757/2521ฎีกา 19246/2555ฎีกา 5749/2544ฎีกา 1282/2531ฎีกา 1518/2565ฎีกา 1408/2516ฎีกา 3518-3522/2530ฎีกา 2229/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา