⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 795/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2525

ป.อาญา ม.22, 329 · ป.วิ.อาญา ม.219

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอให้นับโทษต่อเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องแถลงให้ศาลทราบว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีที่ขอให้นับโทษต่อแล้วหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

การขอให้นับโทษต่อนั้นเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องแถลงให้ศาลทราบว่าคดีที่ขอให้นับโทษต่อนั้น ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยหรือไม่ประการใด เพราะไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลจะต้องรู้เอง ปัญหาที่ว่า คำกล่าวของจำเลยจะเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้เสียหายโดยสุจริตหรือไม่ นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.329 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ลดรับสารภาพแล้ว ปรับ 600 บาท นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำ 5 สำนวนตามคำขอท้ายฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นไม่ให้นับโทษต่อ โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำทั้ง 5 สำนวนนั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์เป็นผู้ขอให้ศาลนับโทษต่อก็ต้องเป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องแถลงให้ศาลทราบว่าคดีอาญาหมายเลขดำทั้ง 5 สำนวนนั้น ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยหรือไม่ และลงโทษประการใด เพื่อศาลจะได้ใช้ดุลพินิจนับโทษต่อให้ตามคำขอของโจทก์ เมื่อโจทก์ไม่แถลงให้ศาลทราบแล้ว ศาลจะทราบได้อย่างไร เพราะไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลต้องรู้เอง และศาลก็ไม่มีหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบคดีอาญาหมายเลขดำทั้ง 5 สำนวนนั้นด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่นับโทษจำเลยต่อนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าคำกล่าวหมิ่นประมาทของจำเลยเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้เสียหายโดยสุจริตจำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1) เป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้น เห็นว่าการที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยแสดงความคิดเห็นหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้เสียหายว่าสุจริตหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาใช้ดุลพินิจจากพฤติการณ์แห่งการกระทำของจำเลยจากพยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบ ฉะนั้นการแสดงความคิดเห็นหรือเหตุการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของผู้เสียหายว่าสุจริตหรือไม่จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 การที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้นจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2525 อัยการมหาสารคาม โจทก์ นายทวี อุฑาทิพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการมหาสารคาม · จำเลย - นายทวี อุฑาทิพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5387/2547ฎีกา 5088/2563ฎีกา 2360/2539ฎีกา 4324/2552ฎีกา 7238/2553ฎีกา 3/2542ฎีกา 218/2555ฎีกา 709/2491ฎีกา 1211/2536ฎีกา 887/2503ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 239/2484ฎีกา 2590/2524ฎีกา 191/2520ฎีกา 437/2505ฎีกา 2151/2529ฎีกา 686/2523ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 767/2490ฎีกา 34/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา