⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 437/2505

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2505

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวข้อความอันเป็นเท็จที่กระทบต่อชื่อเสียงของผู้อื่น หากเป็นการกล่าวโดยสุจริตเพื่อรักษาประโยชน์อันชอบธรรมของตนเอง หรือเพื่อปกป้องส่วนได้เสียของตนเองตามคลองธรรม ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

ย่อคำพิพากษา

นายเสริมผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเคยไกล่เกลี่ยเรื่องจำเลยกับผู้อื่นพิพาทกันเรื่องบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์ แต่ไม่ตกลงกันต่อมานายถ่ายกำนัน นายหันผู้ใหญ่บ้าน มาดูที่เกิดเหตุและพูดไกล่เกลี่ยอีก จำเลยกับคู่กรณีไม่ยอมตกลงกัน จำเลยพูดต่อหน้านายถ่ายและนายหันว่า'ผู้ใหญ่เสริมไม่มีศีลธรรม ไม่ซื่อตรง จะกินเงินผม'และศาลฟังข้อเท็จจริงว่า นายเสริมได้พูดเรียกร้องเงิน 50 บาทจากจำเลยเกี่ยวกับการพิพาทของจำเลยจริงดังนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.329 ประมวลกฎหมายอาญา ม.330

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยดูหมิ่นนายเสริมผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานต่อหน้านายถ่ายกับพวกว่า "ผู้ใหญ่เสริมไม่ซื่อตรงไม่มีศีลธรรม จะกินเงินผม" เนื่องจากนายเสริมไกล่เกลี่ยคดีนายครึนหาว่าจำเลยบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยให้การปฏิเสธแล้วกลับรับว่าพูดว่าผู้เสียหายจริง แต่พูดตามความจริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า นายเสริมเรียกร้องเงินจากจำเลย จำเลยกล่าวตามความจริงโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันตนตามคลองธรรมได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา 329 และ 330 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยกล่าวแสดงไปโดยสุจริตตามมาตรา 329(1)ไม่มีความผิด พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218, 222 ศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายเสริมได้เรียกร้องเอาเงินจากจำเลยจริง ตามที่จำเลยพูดว่านายเสริมต่อนายถ่าย จึงเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 329(1) เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยไม่มีสิทธิพิสูจน์ความจริงจึงตกไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2505 ผู้ว่าคดีศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์ นายแอ๋ว จำนงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงนครสวรรค์ · จำเลย - นายแอ๋ว จำนงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนุสสรนิติสาร · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 347/2519ฎีกา 4324/2552ฎีกา 3/2542ฎีกา 1140/2522ฎีกา 117/2529ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519ฎีกา 858/2523ฎีกา 933/2493ฎีกา 3553/2550ฎีกา 108/2525ฎีกา 846/2505ฎีกา 1342/2517ฎีกา 613/2532ฎีกา 4960/2533ฎีกา 9884/2539ฎีกา 8511/2554ฎีกา 2143/2530ฎีกา 1756/2521ฎีกา 1077/2504ฎีกา 990/2508ฎีกา 406/2567ฎีกา 1183/2510ฎีกา 1124/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา