⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1183/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวข้อความอันเป็นเท็จในการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นของคณะสงฆ์ โดยมีเจตนาสุจริตและมีเหตุอันควรเชื่อว่าข้อความนั้นเป็นความจริง ย่อมไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1)

ย่อคำพิพากษา

พระภิกษุในวัดเดียวกันทำหนังสือร้องเรียนต่อสังฆนายกว่า พระภิกษุเจ้าอาวาสประพฤติผิดธรรมวินัยโดยร่วมประเวณีกับหญิง แม้เรื่องที่ร้องเรียนกล่าวหานั้นจะไม่เป็นความจริง แต่ได้ร้องเรียนไปโดยสุจริต โดยมีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นความจริง ดังนี้ ไม่มีผิดฐานหมิ่นประมาท เพราะถือว่าเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์โดยทำหนังสือร้องเรียนกล่าวหาพระปลอดเจ้าอาวาสต่อสังฆนายกว่า พระปลอดถึงซึ่งอาจารวิบัติและศีลวิบัติโดยร่วมประเวณีกับโจทก์ และยังปิดประกาศโฆษณาหนังสือร้องเรียนนั้นให้ประชาชนได้ทรายอีกด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘, ๘๓, ๙๑ จำเลยให้การว่า มิได้มีเจตนาหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์เมื่อเจ้าอาวาสประพฤติผิดพระธรรมวินัย จำเลยก็ต้องฟ้องเป็นอธิกรณ์ตามพระธรรมวินัย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยสามารถนำสืบพิสูจน์ให้เห็นว่าได้ว่าข้อความที่จำเลยร้องเรียนเกี่ยวกับพระปลอดกับโจทก์นั้นเป็นความจริง และจำเลยเชื่อโดยสุจริตใจได้กระทำไปตามพระวินัยพุทธบัญญัติเพื่อป้องกันรักษาพระพุทธศาสนา จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อกล่าวหาที่จำเลยร้องเรียนไม่มีมูลความจริง และจำเลยร้องเรียนไปโดยรู้ว่าไม่มีมูลความจริง จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ส่วนข้อหาฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสารตามมาตรา ๓๒๘ นั้นพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอฟัง จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ โดยที่การกระทำของจำเลยส่งผลเสียหายร้ายแรงมาก จึงให้จำคุกจำเลยคนละ ๔ เดือน แต่จำเลยเป็นพระภิกษุ จึงให้รอการลงโทษไว้คนละ ๕ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อกล่าวหาที่จำเลยร้องเรียนกล่าวหาพระปลอดนั้นไม่เป็นความจริงแต่จำเลยร้องเรียนไปโดยสุจริตโดยมีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นความจริงและจำเลยกับพระปลอดต่างอยู่วัดเดียวกัน ย่อมมีส่วนได้เสียในชื่อเสียงของวัดด้วยกัน การร้องเรียนของจำเลยจึงเป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมและเพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ (๑) จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยพ้นข้อหาไป. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1183/2510 นางสาวสอาด โชติกะพุกกณะ โจทก์ พระศิริธรรมมุนี กับพวก รวม 24 องค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสอาด โชติกะพุกกณะ · จำเลย - พระศิริธรรมมุนี กับพวก รวม 24 องค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · สว่าง ภูวะปัจฉิม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประมุข สวัสดิมงคล · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ทองลงยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 72/2525ฎีกา 6661/2537ฎีกา 2560/2544ฎีกา 1337/2524ฎีกา 1199/2557ฎีกา 782/2524ฎีกา 1920/2531ฎีกา 507/2539ฎีกา 4249/2542ฎีกา 2972-2973/2529ฎีกา 530/2515ฎีกา 3957/2529ฎีกา 4459/2551ฎีกา 5796/2567ฎีกา 1351/2567ฎีกา 3252/2543ฎีกา 3073/2523ฎีกา 770/2467ฎีกา 541/2504ฎีกา 3901/2545ฎีกา 772/2469ฎีกา 975/2531ฎีกา 2371/2522ฎีกา 7788/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา