⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7238/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7238/2553

ป.อาญา ม.22

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีดังกล่าวได้ แม้ศาลชั้นต้นจะไม่ได้สอบถามจำเลยในประเด็นนี้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้องให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้น โดยศาลชั้นต้นไม่ได้สอบจำเลยว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่ และโจทก์ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏความในเรื่องนี้ก็ตาม แต่ตามอุทธรณ์ของจำเลยรับว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้น โดยศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปีจริง ถือได้ว่าความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้ว และจำเลยยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.22 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2549 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยลักรถยนต์ปิกอัพ หมายเลขทะเบียน บพ 906 นครปฐม ราคา 45,000 บาท ของนายอุดม ผู้เสียหายไป จำเลยลงมือกระทำความผิดฐานลักทรัพย์แล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอดเนื่องจากผู้เสียหายมาพบก่อน จำเลยจึงไม่ได้รถยนต์ของผู้เสียหายไป เหตุเกิดที่ตำบลหลักสาม อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 80 และนับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีดังกล่าว จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (ที่ถูก มาตรา 335 (1) วรรคแรก) ประกอบด้วยมาตรา 80 จำคุก 2 ปี นับโทษจำคุกต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ให้นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายขอให้นับโทษในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้น เห็นว่า แม้เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขฟ้องให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้น โดยศาลชั้นต้นไม่ได้สอบจำเลยว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่ และโจทก์ไม่ได้นำสืบให้ปรากฏความในเรื่องนี้ก็ตาม แต่ตามอุทธรณ์ของจำเลยรับว่าจำเลยกระทำความผิดในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้น โดยศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปีจริง ตามคำพิพากษาเอกสารท้ายอุทธรณ์หมายเลข 1 ถือได้ว่าความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แล้ว และจำเลยยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงนับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 ของศาลชั้นต้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไม่นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6811/2550 นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7238/2553 พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรสาคร โจทก์ นายมานัสหรือหนุ่ม ครุฑธา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรสาคร · จำเลย - นายมานัสหรือหนุ่ม ครุฑธา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · สุรพันธุ์ ละอองมณี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5387/2547ฎีกา 709/2491ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 239/2484ฎีกา 2590/2524ฎีกา 757/2521ฎีกา 19246/2555ฎีกา 1282/2531ฎีกา 1408/2516ฎีกา 2229/2517ฎีกา 1398/2530ฎีกา 4527/2530ฎีกา 3608/2535ฎีกา 795/2525ฎีกา 687/2536ฎีกา 363/2503ฎีกา 1931/2534ฎีกา 726/2513ฎีกา 6968/2541ฎีกา 72/2469ฎีกา 4953/2559ฎีกา 7005/2559ฎีกา 2975/2516ฎีกา 4057-4062/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ