⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1408/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับโทษต่อจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อจำเลยถูกคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษในคดีก่อนแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยและขอให้นับโทษต่อกับโทษในคดีดำที่ 2138/2513 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องทั้งคดีนี้และคดีดำที่ 2138/2513 ซึ่งเป็นคดีแดงที่ 2408/2513 จึงไม่มีทางจะนับโทษต่อ ต่อมาหลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีนี้แล้วศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีแดงที่ 2408/2513นั้นด้วย จำเลยฎีกาในคดีนี้ โจทก์จึงขอมาในคำแก้ฎีกาให้นับโทษคดีนี้ต่อกับโทษในคดีแดงที่ 2408/2513 ดังนี้ศาลฎีกาสั่งให้นับโทษต่อได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.200 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวก ๑ คน ได้ร่วมกันมีอาวุธปืนติดตัวไปทำการชิงทรัพย์ของนายเฮือน ชุ่มดี และนางบัวคำ สิงคะ ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุก ๑ ปี ฐานชิงทรัพย์พ้นโทษมายังไม่เกิน ๓ ปี และเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกครั้งละ ๑ ปีมาแล้ว ๒ ครั้ง ฐานชิงทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดที่กระทำขณะจำเลยอายุเกิน ๑๗ ปีแล้ว ภายในเวลา ๑๐ ปีนับแต่วันพ้นโทษจำเลยได้กระทำผิดในคดีนี้อีก และจำเลยเป็นคนคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๒๑๓๘/๒๕๑๓ และ ๒๑๓๙/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดเชียงรายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๓, ๙๓, ๔๑กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย และกักกันจำเลยกับขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาดังกล่าว จำเลยให้การปฏิเสธ ข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษ จำเลยรับว่าเป็นความจริงตามฟ้อง และจำเลยรับว่าเป็นคนคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาดำที่ ๒๑๓๘/๒๕๑๓, ๒๑๓๙/๒๕๑๓ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๓ จำคุก ๓ ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามมาตรา ๙๓ เป็นจำคุก ๔ ปี ๖ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย เมื่อพ้นโทษคดีนี้แล้ว ให้ส่งตัวจำเลยไปกักกันไว้มีกำหนด ๓ ปี ตามมาตรา ๔๑ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ปรากฏว่าคดีอาญาดังกล่าวศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษา นับโทษต่อให้ไม่ได้ให้ยกคำขอ จำเลยฎีกา โจทก์แก้ฎีกา และขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาดำที่ ๒๑๓๘/๒๕๑๓แดงที่ ๒๔๐๘/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดเชียงราย ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ชิงทรัพย์ผู้เสียหายจริง และวินิจฉัยต่อไปว่า อนึ่ง คดีอาญาดำที่ ๒๑๓๘/๒๕๑๓ คดีแดงที่ ๒๔๐๘/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดเชียงราย ซึ่งโจทก์ขอมาในคำแก้ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยต่อนั้นฟ้องโจทก์ได้ขอให้นับโทษต่อไว้แล้ว แต่ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษายกฟ้องทั้งคดีนี้และคดีดังกล่าวนั้นจึงไม่มีโทษที่จะนับโทษต่อ แต่หลังจากศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีนี้แล้ว ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำเลยในคดีดังกล่าวแล้วด้วย จึงชอบที่จะนับโทษจำเลยต่อให้ได้ พิพากษายืน และให้นับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากคดีอาญาแดงที่ ๒๔๐๘/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดเชียงราย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1408/2516 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายเสาร์แก้ว ศรีบุญทา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายเสาร์แก้ว ศรีบุญทา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบัติ วังตาล · สุธรรม วรรณแสง · พิชัย รชตะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายอุทิศ บุญชู · ศาลอุทธรณ์ - นายชุบ วีระเวคิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6205/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 1360/2544ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา