คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายขอถอนฟ้องของตนในคดีที่อยู่ระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง เพื่อรวมเป็นโจทก์ในสำนวนของอัยการนั้น เป็นการขอรวมคดี หาใช่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาด.
ย่อคำพิพากษา
เสียหายยื่นฟ้องจำเลยไว้ในคดีความผิดต่อส่วนตัวและยังอยู่ในระหว่างไต่ส่วนมูลฟ้องเมื่ออัยยการยื่นฟ้องจำเลยเพราะผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ไว้ ผู้เสียหายจึงขอถอนฟ้องของตนเพื่อรวมเป็นโจทก์ในสำนวนของอัยยการดังนี้ เป็นเรื่องขอรวมคดีหาใช่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาดตามประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.36 ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมนายกิมบิดาผู้เสียหายได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยหาว่ากระทำอนาจารผู้เสียหายยังอยู่ในระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง ศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง เมื่ออัยยการยื่นฟ้องจำเลยในคดีนี้ นายกิมบิดาผู้เสียหายจึงขอถอนฟ้องเสียแล้วทำคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับอัยยการ
จำเลยให้การตัดฟ้องโจทก์ว่าไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้องได้อีก เพราะคดีนี้เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายเคยฟ้องจำเลยและได้ถอนฟ้องไปแล้ว
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีความผิดส่วนตัวในเรื่องหาว่า กระทำอนาจารเช่นนี้ อัยยการมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยได้เพราะผู้เสียหายได้มาร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา ม.๒๕๘ แล้ว การที่ผู้เสียหายถอนฟ้องคดีของตนเสียก็เพื่อรวมเป็นโจทก์ในสำนวนเดียวกับอัยยการ จึงเป็นเรื่องขอคดี หาใช่ถอนฟ้องเด็ดขาดดังความหมายใน ม.๓๖ ประมวลวิธีพิจารณาอาญาไม่ อัยยการจึงมีอำนายฟ้องจำเลยและผู้เสียหายมีอำนาจขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ ข้อตัดฟ้องของจำเลยฟังไม่ขึ้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2481
อัยยการปทุมธานี และนายกิม แซ่ลิ้มผู้ปกครองนางสาวกิมฮวยบุตรี โจทก์
ขุนสิริแพทย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการปทุมธานี และนายกิม แซ่ลิ้มผู้ปกครองนางสาวกิมฮวยบุตรี · จำเลย - ขุนสิริแพทย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · นิติศาสตร์ · อิศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายชวน · ศาลอุทธรณ์ - พระนันทปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา