คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 766/2504
ย่อคำพิพากษา
จำเลยต้องกักขังตามอำนาจศาลอยู่ในคดีหนึ่ง แล้วหลบหนีไป ต่อมาอัยการจะมาฟ้องจำเลยผู้นั้นในอีกคดีหนึ่งโดยไม่มีตัวจำเลยมาส่งศาลพร้อมฟ้องนั้นไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันฆ่ากระบือโดยไม่รับอนุญาต ขอให้ลงโทษ ปรากฎว่าจำเลยที่ ๑ ต้องโทษเรื่องการพนัน ต้องกักขังแทนค่าปรับอยู่ ศาลได้เบิกตัวจำเลยที่ ๑ แต่ไม่ได้ตัวมา เพราะจำเลยที่ ๑ ได้หลบหนีไปเสียก่อนวันโจทก์ยื่นฟ้องแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องจำเลยที่ ๑ เพราะไม่มีตัวจำเลยที่ ๑ มาส่งศาลพร้อมกับฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาว่า ศาลควรรับฟ้องแล้วจำหน่ายคดี เพราะจำเลยที่ ๑ ต้องขังในคดีการพนัน ถือว่าอยู่ในอำนาจศาลแล้ว และอายุความการฟ้องร้องจะได้สะดุดหยุดลงด้วย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ หาได้ถูกสั่งขังในคดีที่ฟ้องนี้ไม่ เพราะได้หลบหนีไปก่อนโจทก์ยื่นฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒ การฟ้องจะต้องมีตัวจำเลยมาศาล ส่วนตามมาตรา ๑๖๙ ที่ว่า เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว ยังไม่ได้ตัวจำเลยมาศาล ให้ศาลออกหมายเรียกหรือหมายจับจำเลยได้นั้นมีความหมายใช้เฉพาะในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์เท่านั้น ถ้าพนักงานอัยการเป็นโจทก์แม้ศาลจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้อง ก็ยังต้องให้จำเลยมาศาล
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 766/2504
อัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว โจทก์
นายหมื่น โจมชัยภูมิ ที่ 1
นายปาน น้อยลา ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว · 1 - นายหมื่น โจมชัยภูมิ ที่ · จำเลย - นายปาน น้อยลา ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดภูเขียว - นายเติม บุญเฉลียว · ศาลอุทธรณ์ - นายไสว เสนาขันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา