⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2274/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2525

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลอ่านอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังครั้งแรกจำเลยที่ 2 ปฏิเสธในวันเดียวกันขอให้การใหม่เป็นรับสารภาพฐานรับของโจรตามฟ้อง ตามคำให้การที่ศาลจดไว้ที่จำเลยที่ 2 แถลงต่อศาลว่ากระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เพราะจำเลยที่ 1 นำเช็คมาให้และบอกว่าให้เอาไปขึ้นเงินเป็นค่าเช่าบ้านนั้น เพื่อขอให้บรรเทาโทษลงโทษโดยสถานเบา ไม่ใช่คำให้การว่ามิได้มีเจตนากระทำความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กับพวกได้ร่วมกันพาอาวุธปืน ฯ กระทำการปล้นทรัพย์ หลายรายการ และจำเลยที่ ๒ ได้รับเอาเช็คเงินสดไว้จากพวกของจำเลยที่ ๑ โดยรู้แล้วว่าเช็คดังกล่าวเป็นทรัพย์ซึ่งจำเลยที่ ๑ กับพวกได้มาจากการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ จำเลยที่ ๒ ซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย แล้วนำไปขึ้นเงินที่ธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด เพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๓๕๗ ฯลฯ เมื่อศาลอ่านอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพฐานมีอาวุธปืน กระสุนปืน พกพาอาวุธปืนและฐานปล้นทรัพย์ และปฏิเสธในความผิดฐานมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ทุกข้อหา ในวันนั้นเองจำเลยที่ ๒ ขอให้การใหม่รับสารภาพฐานรับของโจรตามฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ โจทก์จำเลยไม่สืบพยานเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ จำคุก ๓ ปี รับสารภาพลดกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความผิดฐานรับของโจรจะผิดต่อเมื่อผู้รับเอาทรัพย์รู้ว่าเป็นของที่ได้มาจากการกระทำความผิด จำเลยที่ ๒ แถลงต่อศาลชั้นต้นว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แสดงว่ามิได้มีเจตนากระทำความผิด เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน จึงลงโทษจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลอ่านอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังครั้งแรก จำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ในวันเดียวกันขอให้การใหม่รับสารภาพฐานรับของโจรตามฟ้องตามคำให้การที่ศาลจดไว้ ที่จำเลยแถลงต่อศาลว่ากระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะจำเลยที่ ๑ นำเช็คมาให้ และบอกว่าให้เอาไปขึ้นเงินเป็นค่าเช่าบ้านนั้น เพื่อขอให้บรรเทาโทษไม่ใช่ให้การว่ามิได้มีเจตนากระทำความผิด พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นแต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีสมควรรอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด ๕ ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2525 พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์ นายบรรจงหรือจ้ง ชูชื่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · จำเลย - นายบรรจงหรือจ้ง ชูชื่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพบูลย์ ไวกาสี · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชุมพร - นายบุญธรรม นาครัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเกียรติ จาตนิลพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 1957/2515ฎีกา 1637/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 6028/2552ฎีกา 337/2535ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 6863/2543ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา