⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1908/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยกับพวกพูดกันว่าจะฆ่าเจ้าของบ้านหากตื่นขึ้นมา ไม่ถือเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายต่อผู้เสียหาย หากจำเลยและพวกไม่ทราบว่าผู้เสียหายได้ยินคำพูดดังกล่าว การกระทำนั้นจึงไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่เป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกอีก 3 คนเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านผู้เสียหาย ซึ่งมี ส. กับสามีนอนอยู่ในมุ้งบนบ้าน. ส. ตื่นและได้ยินเสียงคนร้ายพูดกันว่า ถ้าเจ้าของบ้านตื่นจะฆ่าให้ ตาย ส. จึงแกล้งนอนหลับ ส่วนสามีของ ส. ยังนอนหลับ อยู่จำเลยนั่งคุม ส. กับสามีของ ส. อยู่ข้างมุ้ง พวกของจำเลย ค้นหาทรัพย์ในบ้าน เมื่อได้ทรัพย์แล้วพา กันหลบหนีไป การที่จำเลยกับพวก พูดกันเองว่าถ้า เจ้าของบ้านตื่นจะฆ่าให้ตาย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวก รู้ว่า ส. ตื่นและได้ยินข้อความที่จำเลยกับพวกพูดกัน เช่นนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาขู่เข็ญว่าจะ ใช้กำลังประทุษร้าย ส. การกระทำของจำเลยกับพวกไม่เป็น ความผิดฐานปล้นทรัพย์ คงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1), (7), (8)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกสามคนได้ร่วมกันปล้นเอาทรัพย์หลายรายการของนายช้อย ผู้เสียหาซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของนางสุกัญญา ไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง จำคุก ๑๕ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ จำคุก ๑๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๑), (๗), (๘) จำคุก ๔ ปี จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวน ลดโทษให้หนึ่งในสามตาม มาตรา ๗๘ จำคุก ๒ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีประจักษ์พยานปากเดียวคือนางสุกัญญา ซึ่งเบิกความว่าตนสะดุ้งตื่นขึ้นเนื่องจากได้ยินเสียงคนขึ้นมาบนบ้าน โดยมีเสียงกระดานดังออดแอดและเห็นแสงไฟฉายของคนร้ายฉายกราดไปทั่วบ้าน คนร้ายพูดกันว่า ถ้าเจ้าของบ้านตื่นจะฆ่าให้ตาย ตนจึงคงนอนเฉย ๆ อยู่ในมุ้ง ตามคำเบิกความของนางสุกัญญาดังกล่าวไม่ปรากฏว่าคนร้ายเจตนาทำให้เกิดเสียงดัง หรือพูดกันด้วยเสียงดังโดยประสงค์จะให้นางสุกัญญาหรือนายสุชาติสามีของนางสุกัญญารู้สึกตัวดังที่โจทก์อ้างในฎีกาแต่อย่างใด ขณะที่คนร้ายพูดกันนั้นก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยหรือพวกคนร้ายคนใดได้รู้ว่านางสุกัญญาตืนอยู่แล้ว ถ้าคนร้ายประสงค์จะให้ฝ่ายเจ้าทรัพย์รู้สึกตัวก็น่าจะทำให้นายสุชาติตื่นขึ้นอีกคนหนึ่งด้วย แต่ข้อเท็จจริงกลับปรากฏว่านายสุชาติยังหลังอยู่ตลอดเวลาที่เกิดเหตุซึ่งนานประมาณ ๑ ชั่วโมง ตามพฤติการณ์จึงเป็นเรื่องที่จำเลยกับพวกพูดคุยกันเอง ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาที่จะให้นางสุกัญญารู้ตัวหรือได้ยินถ้อยคำที่จำเลยกับพวกพูดกันนั้น การที่จำเลยกับพวกพูดกันเองว่าถ้าเจ้าของบ้านตื่นจะฆ่าให้ตายโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกรู้ว่านางสุกัญญาตื่นแล้ว และได้ยินข้อความที่จำเลยกับพวกพูดกันเช่นนี้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายนางสุกัญญา การกระทำของจำเลยกับพวกคงเป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๑), (๗), (๘) พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1908/2528 พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายจอน เขียวอยู่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ · จำเลย - นายจอน เขียวอยู่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อภินย์ ปุษปาคม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายทองสุก ปิงเมือง · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิต บุญถนอม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2532ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1331/2479ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 599/2532ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 18654/2555ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2274/2525ฎีกา 490/2542ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2724/2519ฎีกา 1211/2481ฎีกา 674/2554ฎีกา 3985/2530ฎีกา 1243/2545ฎีกา 124/2507ฎีกา 186/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา