⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 674/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 674/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายและมีเจตนาทุจริต ถือเป็นการร่วมกันปล้นทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า จำเลยกับพวกเข้าไปทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บและบังคับเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปเท่าที่คิดว่าพอกับค่าจ้างที่ผู้เสียหายเป็นหนี้พวกจำเลยอยู่เท่านั้น ไม่ได้เอาทรัพย์สินอื่นๆ ที่มีค่ามากไปด้วยก็ตามแต่การกระทำของจำเลยกับพวกดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า เป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริตแล้ว การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2553)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ราคา 10,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตารา 340 วรรคแรก จำคุก 10 ปี ทางนำสืบและคำให้การในชั้นจับกุมของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน และให้คืนหรือใช้ราคาเงินสด 1,100 บาท บัตรเอ.ที.เอ็ม. และโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคา 10,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน และปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาและคำขออื่นให้ยก โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย เพื่อมิให้ผู้เสียหายขัดขืน เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักเงินสด 1,100 บาท บัตรเอ.ที.เอ็ม. และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้เสียหายไป หรือการพาทรัพย์นั้นไป ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์ ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ หรือให้พ้นจากการจับกุม แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า จำเลยกับพวกเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปเท่าที่คิดว่าพอกับค่าจ้างที่ผู้เสียหายเป็นหนี้พวกจำเลยอยู่เท่านั้น ไม่ได้เอาทรัพย์สินอื่นๆ ที่มีค่ามากไปด้วยก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยกับพวกดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า เป็นการกระทำโดยมีเจตนาทุจริตแล้ว การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นการร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับเป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 674/2554 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายธีระชัย ภิบาลบุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายธีระชัย ภิบาลบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีป ตันสวัสดิ์ · ศิริชัย วัฒนโยธิน · อภิรัตน์ ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสุรัตน์ชัย ศิลาภากุล · ศาลอุทธรณ์ - นายปกรณ์ วงศาโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3375/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3144/2527ฎีกา 1176/2519ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3639/2530ฎีกา 2299/2532ฎีกา 2473/2520ฎีกา 1908/2528ฎีกา 15717/2553ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 1072/2534ฎีกา 1946/2527ฎีกา 1637/2528ฎีกา 1587-1588/2503ฎีกา 6028/2552ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 1985/2531ฎีกา 730/2509ฎีกา 2274/2525ฎีกา 4268/2552ฎีกา 947/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา