⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2015/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2015/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การชั้นสอบสวนที่จำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจและมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ สามารถรับฟังลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

คำให้การชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่า จะรับฟังดังคำพยานที่เบิกความต่อศาลไม่ได้ แต่อาจฟังว่าเคยให้การไว้เช่นนั้นเพื่อพิเคราะห์สอดส่องถึงข้อเท็จจริงอย่างเช่นเอกสารทางราชการที่ได้ทำขึ้นจากถ้อยคำของบุคคล(อ้างฎีกาที่ 51/2498) คดีอาญาเรื่องปล้นทรัพย์ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธชั้นศาล โจทก์ไม่ได้ตัวผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานและพยานรายทางอื่นมาสืบ คงมีคำให้การชั้นสอบสวนที่จำเลยให้การรับสารภาพไว้โดยสมัครใจและนำชี้ที่เกิดเหตุให้ถ่ายภาพไว้กับมีตำรวจผู้จับและพนักงานสอบสวนมาสืบประกอบว่าได้จับกุมจำเลยทั้งสามได้ในที่แห่งเดียวกันและได้สร้อยคอของผู้เสียหายจากจำเลยที่ 2 ทั้งในชั้นสอบสวนผู้เสียหายได้ชี้ตัวจำเลยทั้งสามได้ถูกต้อง ดังนี้ ศาลรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสามประกอบพยานแวดล้อมดังกล่าวลงโทษจำเลยทั้งสามได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี, 32 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 13, 14, 15 และสั่งริบของกลางเว้นสร้อยคอ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340 วรรคสอง ประกอบมาตรา 340 ตรี ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14, 15 ให้จำคุกคนละ 18 ปี คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้คนละ 12 ปี ของกลางริบ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14 ให้จำคุกคนละ 12 ปี ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 คนละ 8 ปี นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีนี้ไม่ได้ตัวผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานและนายเจริญกับนายสมพยานรายทางมาสืบชั้นศาล โจทก์คงส่งแต่คำให้การชั้นสอบสวนซึ่งมีฐานะเป็นเพียงพยานบอกเล่า จะรับฟังดังคำพยานที่เบิกความต่อศาลไม่ได้ แต่ศาลอาจฟังว่าพยานเคยให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อพิเคราะห์สอดส่องถึงข้อเท็จจริงอย่างเช่นเอกสารทางราชการที่ได้ทำขึ้นจากถ้อยคำของบุคคล (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 51/2498) และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนโดยสมัครใจและนำชี้ที่เกิดเหตุตามภาพถ่ายที่ส่งศาล แม้โจทก์จะไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาสืบ คงมีแต่คำให้การชั้นสอบสวน แต่โจทก์มีร้อยตำรวจโทมงคล ผู้ติดตามจับกุมจำเลยทั้งสามได้ในที่แห่งเดียวกัน และได้สร้อยคอของผู้เสียหายซึ่งถูกปล้นไปจากจำเลยที่ 2ทั้งผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยทั้งสามได้ถูกต้องโดยมีพนักงานสอบสวนมาสืบประกอบ ก็เป็นการเพียงพอลงโทษจำเลยทั้งสามได้ แต่มีดของกลางไม่ได้ความว่าใช้ในการทำผิด พิพากษาแก้ ให้คืนมีดของกลางแก่เจ้าของ นอกนั้นให้คงไว้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2015/2519 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายน้อย ห้วยส้ม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · จำเลย - นายน้อย ห้วยส้ม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข · สุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 880/2502ฎีกา 2530/2527ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 1637/2528ฎีกา 4519/2544ฎีกา 6028/2552ฎีกา 915/2478ฎีกา 2429/2551ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 730/2509ฎีกา 2414/2551ฎีกา 1172/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา