⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1637/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2528

ป.อาญา ม.52, 340

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามมาตรา 340 ตรี เป็นเพียงเหตุเพิ่มโทษแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 340 เท่านั้น มิใช่ความผิดต่างหากอีกบทหนึ่ง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน การที่ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี โดยมิได้ปรับบทลงโทษตาม มาตรา 340 ด้วย เป็นการไม่ถูกต้อง เพราะมาตรา 340 ตรี เป็นเพียงเหตุที่ทำให้ผู้กระทำผิดตาม มาตรา 340 ต้องรับโทษหนักขึ้นเท่านั้น หาได้เป็นความผิดต่างหากอีกบทหนึ่งไม่ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ให้ถูกต้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันมีอาวุธปืน และใช้อาวุธปืนร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ ตรี จำคุก ๑๘ ปี จำเลยที่ ๓ ผิดตามมาตรา ๓๔๐ จำคุก ๑๒ ปี ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้ว เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ที่ ๓ เป็นคนร้ายที่ร่วมกันกับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหายจริง แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี จำคุก ๑๘ ปี โดยมิได้ปรับบทลงโทษตามมาตรา ๓๔๐ ด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่ถูกต้อง เพราะมาตรา ๓๔๐ ตรี เป็นเพียงเหตุที่ทำให้ผู้กระทำผิดตามมาตรา ๓๔๐ ต้องรับโทษหนักขึ้นเท่านั้นหาได้เป็นความผิดต่างหากอีกบทหนึ่งไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสอง ประกอบกับ มาตรา ๓๔๐ ตรี และจำเลยที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองและให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1637/2528 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ นายสมพงษ์ หรือตึ๋ง แสงศรี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · จำเลย - นายสมพงษ์ หรือตึ๋ง แสงศรี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสภณ รัตนากร · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · วุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายลี · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ศิริบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 2018/2526ฎีกา 1597/2532ฎีกา 4577/2558ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 6028/2552ฎีกา 5061/2561ฎีกา 8479/2560ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 362/2540ฎีกา 730/2509ฎีกา 6553/2547ฎีกา 2274/2525ฎีกา 453/2523ฎีกา 947/2526ฎีกา 2281/2521ฎีกา 674/2554ฎีกา 1270/2563ฎีกา 3662/2528ฎีกา 9769/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา