⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1668/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1668/2522

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีอาวุธปืนและลูกระเบิดติดตัวไปในการปล้นทรัพย์ และขู่ว่าจะใช้หากเจ้าทรัพย์ขัดขืน โดยไม่ได้ยิงปืนหรือใช้วัตถุระเบิดทำให้เกิดระเบิดขึ้นแต่อย่างใด เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง ฐานปล้นโดยมีอาวุธติดตัวไปด้วยเท่านั้น ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 340 วรรคสี่ และเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่มิได้ฎีกาด้วยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ กับพวกที่ถูกยิงตายไปแล้ว ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนและลูกระเบิดมือขู่จะยิงและขว้างเจ้าทรัพย์ให้ตายหากขัดขืน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ วางโทษตามมาตรา ๓๔๐ ตรี ประกอบด้วยมาตรา ๕๓ ให้จำคุกคนละ ๗๕ ปี ฯลฯ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๕๐ ปี ฯลฯ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔, ๓๔๐ ตรี ฯลฯ ให้ลงโทษหนักตามมาตรา ๓๔๐ ตรี โดยจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ตลอดชีวิต ลดโทษให้หนึ่งในสามตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นประกอบด้วยมาตรา ๕๓ คงจำคุกคนละ ๓๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีปรากฏจากคำฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์ว่า การปล้นครั้งนี้คนร้ายไม่ได้ยิงปืนหรือใช้วัตถุระเบิดทำให้เกิดระเบิดขึ้นแต่อย่างใด คนร้ายเพียงแต่มีอาวุธปืนและลูกระเบิดติดตัวไปและขู่ว่าจะใช้หากเจ้าทรัพย์ขัดขืนเท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๔ นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย การกระทำของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ เป็นความผิดตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ฐานปล้นโดยมีอาวุธติดตัวไปด้วยเท่านั้น สำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แม้จะไม่ได้ฎีกาขึ้นมาแต่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าวนี้เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓, ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ประกอบด้วยมาตรา ๓๔๐ ตรี ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ วางโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ คนละ ๓๐ ปี จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ไว้คนละ ๒๐ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1668/2522 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นาชธนิต หรือเบิ้ม เย็นจะบก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นาชธนิต หรือเบิ้ม เย็นจะบก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุนทร พิมพ์อักษร · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 726/2487ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551ฎีกา 472/2539ฎีกา 3374/2566ฎีกา 674/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา