คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2509
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกับพวกยืนขวางทางผู้เสียหาย จำเลยถือมีดคนหนึ่ง ถือขวานคนหนึ่ง จับแฮนเดิลรถจักรยานบอกให้ผู้เสียหายลงจากรถ เอาหนังสือท้ายรถออกและพูดว่า ให้รถกูเถอะ ไม่ได้ความว่าจำเลยได้แสดงกิริยาอย่างใดอีกที่จะทำให้เข้าใจว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย ไม่ได้ความว่าจำเลยถือมีดและขวานในลักษณะติดตัวไปหรือถือในลักษณะที่เป็นการกระทำให้เห็นว่าจะใช้ทำร้ายผู้เสียหาย คดีไม่พอฟังว่าความผิดจำเลยถึงขั้นปล้นทรัพย์ แต่มีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยมีอาวุธ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกอีก ๒ คนมีมีดและขวานเป็นอาวุธ ปล้นรถจักรยานของเด็กชายนกเล็ก เกียววานิช ๑ คัน และของเด็กชายคำเซ็ง เมฆะสุวรรณ ๑ คัน โดยใช้มีดและขวานจี้ไม่ให้ขัดขืน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ และเพิ่มโทษนายสวัสดิ์จำเลย
จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ จำคุกจำเลยไว้คนละ ๑๐ ปี เพิ่มโทษนายสวัสดิ์หนึ่งในสามตามมาตรา ๙๒ คงจำคุก ๑๓ ปี ๔ เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าคดีไม่ได้ความว่าจำเลยทั้งสองกับพวกได้ใช้มีดและขวานจี้ไม่ให้เด็กทั้งสองขัดขวางในการเอาทรัพย์ไปดังฟ้อง เพราะได้ความตามคำเด็กทั้งสองเพียงว่าจำเลยกับพวกยืนขวางทาง จำเลยถือมีดคนหนึ่ง ถือขวานคนหนึ่ง จับแฮนเดิลรถจักรยานบอกให้ลงจากรถ เอาหนังสือท้ายรถออกและพูดว่าให้รถกูเถอะ ไม่ได้ความว่าจำเลยได้แสดงกิริยาอย่างใดอีกที่จะทำให้เข้าใจว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย มีดและขวานเป็นมีดอะไรขวานอะไรไม่ปรากฏ มีดและขวานแม้จะเป็นอาวุธ ก็เป็นสิ่งที่ถือกันอยู่เป็นธรรมดาในชนบท ไม่ใช่ถือเพื่อจะกระทำความผิด ไม่ได้ความว่าจำเลยได้ถือมีดและขวานในลักษณะติดตัวไปหรือถือในลักษณะที่เป็นการกระทำให้เห็นว่าจะใช้ทำร้ายเด็กทั้งสองอย่างใด แม้เด็กทั้งสองจะกลัวจำเลย ก็เป็นความกลัวที่เกิดจากพฤติการณ์ต่าง ๆ ในขณะนั้นซึ่งยังไม่ได้ความชัดว่า พอที่จะฟังว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำการใดอันเป็นการขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายให้เด็กทั้งสองกลัว คดียังฟังไม่ถนัดว่าความผิดจำเลยถึงขั้นปล้นทรัพย์ จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยมีอาวุธ
พิพากษาแก้ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๗) จำคุกจำเลยไว้คนละสามปี เพิ่มโทษนายสวัสดิ์จำเลยหนึ่งในสามตามมาตรา ๙๒ จำคุกนายสวัสดิ์จำเลยสี่ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 730/2509
อัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์
นายจำนงค์ ทินรัมย์ ที่ 1 นายสวัสดิ์ รักษา ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายจำนงค์ ทินรัมย์ ที่ 1 นายสวัสดิ์ รักษา ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายกีรติ สุวรรณพรหมา · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา