⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8479/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8479/2560

ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานตำรวจจะแจ้งข้อเท็จจริงที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายได้นั้น ข้อเท็จจริงดังกล่าวต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลนั้นจริง และข้อมูลนั้นได้นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดอื่น หรือการยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดนั้นได้จริง

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุม ช. ได้เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนขยายผลจากการจับกุมจำเลยทั้งสอง โดยจัดกำลังเฝ้าสะกดรอยติดตาม น. ที่ใช้รถยนต์ หมายเลขทะเบียน บย 5560 เชียงราย จนมีการจับกุม ช. ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 50 เม็ด ในรถยนต์ดังกล่าว ซึ่งข้อความที่จำเลยทั้งสองให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานตำรวจไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึง ช. หรือ น. และไม่เป็นเหตุให้ทำการจับกุมตัว ช. ได้ โดยข้อมูลเกี่ยวกับ น. ได้ความจากพลตำรวจตรี ภ. เบิกความตอบโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555 พยานรับแจ้งจากผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดว่า จะมีกลุ่มคนชนเผ่าม้ง เป็นกลุ่มของ น. ลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แสดงว่าเจ้าพนักงานตำรวจมีข้อมูลอยู่ก่อนแล้วว่า น. มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงจัดกำลังเฝ้าสะกดรอยติดตามจนสามารถจับกุม ช. ได้ ทั้งยังได้ความจากพลตำรวจตรี ภ. เบิกความตอบโจทก์อีกว่า เกี่ยวกับคดีนี้ไม่สามารถขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดคนอื่นในคดีนี้ได้อีก ฉะนั้นการที่พยานโจทก์ทั้งสองเบิกความว่า จำเลยทั้งสองให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ จึงเป็นเพียงความเข้าใจของพยานโจทก์ทั้งสองเอง แต่ข้อเท็จจริงตามที่วินิจฉัยมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.97 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าก่อนคดีนี้ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2550 จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 200,000 บาท ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3125/2550 ของศาลจังหวัดเชียงใหม่ จำเลยที่ 2 พ้นโทษในคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2553 ได้กลับมากระทำความผิดในคดีนี้ขึ้นอีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) กึ่งหนึ่ง คงจำคุกตลอดชีวิต ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 นั้น เนื่องจากจำเลยที่ 2 ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 ได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้ ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบมาตรา 100/2 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต และปรับคนละ 5,000,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 25 ปี และปรับคนละ 2,500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555 จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้อง ตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 หรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกการจับกุมจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 ให้การว่า เมทแอมเฟตามีนทั้งหมดตนรับมาจากชายไม่ทราบชื่อ ว่าจ้างให้นำไปมอบแก่ผู้รับที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเทสโกโลตัส สาขาตลาดแม่มาลัย จำเลยที่ 1 นำเมทแอมเฟตามีนทั้งหมดใส่ในรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีขาว ซึ่งเป็นของนางสาวนงลักษณ์ภรรยาของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพว่า ก่อนถูกจับกุมมีนายอะเบว่าจ้างให้ตนเองขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดไปรับเมทแอมเฟตามีนที่ห้างสรรพสินค้าเทสโกโลตัส สาขาตลาดแม่มาลัย และตามบันทึกการจับกุมนายชัชวาล ได้ระบุพฤติการณ์แห่งคดีไว้ว่า "สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555 เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมจำเลยทั้งสองพร้อมของกลางในคดีนี้ จากการสืบสวนขยายผลการจับกุม พบว่ากลุ่มของนางสาวนงลักษณ์ ภรรยาของจำเลยที่ 1 มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ เลขทะเบียน บย 5560 เชียงราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว จึงจัดกำลังเฝ้าสะกดรอยติดตาม... ต่อมาวันที่ 24 ธันวาคม 2555 เวลาประมาณ 5 นาฬิกา พบรถยนต์คันดังกล่าว ขับออกจากบ้านเลขที่ 411/140 หมู่ที่ 5 หมู่บ้านนันทธราธานี เขตอำเภอสันทราย... เข้าไปยังหมู่บ้านคนชนเผ่ากระเหรี่ยงและม้ง ที่ตำบลนาคอเรือ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่... เป็นพื้นที่ส่งมอบยาเสพติดของเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งเคยสะกดรอยติดตามมาแล้วจำนวน 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถจับกุมได้... ต่อมาอีกประมาณ 2 ชั่วโมง พบรถคันดังกล่าวขับออกมาจากหมู่บ้านมุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองเชียงใหม่อย่างรวดเร็ว... จนกระทั่งเวลาประมาณ 10 นาฬิกา สามารถสกัดรถคันดังกล่าวได้ที่บริเวณถนนสายเชียงใหม่ - ฮอด... พบคนขับชื่อนายชัชวาลมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของนางสาวนงลักษณ์... ผลการตรวจค้นภายในรถยนต์... มีเงินสดประมาณ 7,302,000 บาท... เมทแอมเฟตามีน 50 เม็ด และมีกระดาษสีขาวเขียนข้อความว่า ของตัวอย่าง..." ดังนี้แสดงว่าการที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายชัชวาลได้เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนขยายผลจากการจับกุมจำเลยทั้งสอง โดยจัดกำลังเฝ้าสะกดรอยติดตามนางสาวนงลักษณ์ที่ใช้รถยนต์ หมายเลขทะเบียน บย 5560 เชียงราย จนมีการจับกุมนายชัชวาลได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน จำนวน 50 เม็ด ในรถยนต์ดังกล่าว ซึ่งข้อความที่จำเลยทั้งสองให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานตำรวจไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงนายชัชวาลหรือนางสาวนงลักษณ์และไม่เป็นเหตุให้ทำการจับกุมตัวนายชัชวาลได้ โดยข้อมูลเกี่ยวกับนางสาวนงลักษณ์ได้ความจากพลตำรวจตรี ภาณุเดชเบิกความตอบโจทก์ว่า เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555 พยานรับแจ้งจากผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดว่า จะมีกลุ่มคนชนเผ่าม้ง เป็นกลุ่มของนางสาวนงลักษณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แสดงว่าเจ้าพนักงานตำรวจมีข้อมูลอยู่ก่อนแล้วว่านางสาวนงลักษณ์มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติด จึงจัดกำลังเฝ้าสะกดรอยติดตามจนสามารถจับกุมนายชัชวาลได้ ทั้งยังได้ความจากพลตำรวจตรี ภาณุเดชเบิกความตอบโจทก์อีกว่า เกี่ยวกับคดีนี้ไม่สามารถขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดคนอื่นในคดีนี้ได้อีก ฉะนั้นการที่พยานโจทก์ทั้งสองเบิกความว่า จำเลยทั้งสองให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ จึงเป็นเพียงความเข้าใจของพยานโจทก์ทั้งสองเอง แต่ข้อเท็จจริงตามที่วินิจฉัยมายังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ส่วนฎีกาของโจทก์ในปัญหาอื่นไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8479/2560 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ ท้าวพูวันหรือนายพูวัน สอนดารา หรือสวนดารา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - ท้าวพูวันหรือนายพูวัน สอนดาราหรือสวนดารา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ · ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ · วิชิต ลีธรรมชโย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางสาวพัฒนา ชูสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ รัตตมณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1403/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1992/2530ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510ฎีกา 628/2493ฎีกา 647/2563ฎีกา 4519/2544ฎีกา 239/2484ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534ฎีกา 893/2563ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3588/2564ฎีกา 8651/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา