⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7993/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7993/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับทรัพย์สินที่ถูกลักมาและถอดแยกชิ้นส่วนจนไม่สามารถใช้การได้ เป็นพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าผู้รับทรัพย์สินนั้นกระทำโดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา และมีความผิดฐานรับของโจร

ย่อคำพิพากษา

บ้านของจำเลยไม่ได้มีสภาพเป็นอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์แต่ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นบ้านจำเลยกลับพบรถจักรยานยนต์ถึง 3 คัน แต่ละคันมีลักษณะถูกถอดชิ้นส่วนออกจนไม่สามารถขับได้ ทำให้เห็นได้ว่ากรณีไม่น่าจะเป็นเพียงจำเลยซ่อมรถจักรยานยนต์ให้เพื่อนตามที่จำเลยกล่าวอ้าง การที่จำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้แล้วถอดรื้อชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ของกลางออกจนรถไม่สามารถใช้ขับขี่ได้พฤติการณ์น่าเชื่อว่าจำเลยกระทำการดังกล่าวโดยรู้ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานรับของโจร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 67, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 334, 335, 357 ริบยาเสพติดให้โทษและอาวุธปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพฐานมีแมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 67 (เดิม) พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 2 ปี ฐานรับของโจร จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงลงโทษฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 4 ปี 6 เดือน ริมเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืนของกลาง ยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์ จำเลยอุทรธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดข้อหารับของโจรรวมลงโทษจำคุกมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย "...พิเคราะห์แล้วปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรหรือไม่ เห็นว่า บ้านของจำเลยไม่ได้มีสภาพเป็นอู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ แต่ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจค้นบ้านจำเลยนั้นกลับพบรถจักรยานยนต์ถึง 3 คัน แต่ละคันมีลักษณะถูกถอดชิ้นส่วนออกจนไม่สามารถขับได้นั้นทำให้เห็นได้ว่ากรณีไม่น่าจะเป็นเพียงจำเลยซ่อมรถจักรยานยนต์ให้เพื่อนตามที่จำเลยกล่าวอ้างเท่านั้น อีกประการหนึ่ง ที่จำเลยเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุประมาณ 3 วัน นายมัดน้องชายเพื่อนของจำเลยได้ขับรถจักรยานยนต์ของกลางมาที่บ้านจำเลยเพื่อให้จำเลยซ่อมและขายรถจักรยานยนต์ให้ แต่ยังไม่มีการตกลงซื้อเนื่องจากรถดังกล่าวไม่มีทะเบียน ต่อมามีเพื่อนมารับนายมัดไป นายมัดบอกจำเลยว่าจะนำคู่มือจดทะเบียนมาให้โดยไม่ได้นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปด้วยนั้น เห็นว่าขณะที่นายมัดมาหาจำเลยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางมาแสดงว่ารถจักรยานยนต์ของกลางยังอยู่ในสภาพปกติสามารถแล่นได้ แต่ตอนที่เจ้าพนักงานตำรวจพบรถจักรยานยนต์ของกลางที่บ้านจำเลยนั้น ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์ของกลางอยู่ในสภาพถูกถอดชิ้นส่วนต่าง ๆ ออกจนไม่สามารถใช้ขับได้ทั้งที่จำเลยน่าจะรอให้นายมัดนำคู่มือจดทะเบียนมาแสดงก่อน ดังนั้น การที่จำเลยรับรถจักรยานยนต์ของกลางไว้แล้วถอดรื้อชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์ของกลางออกจนรถไม่สามารถใช้ขับขี่ได้ เช่นนี้ พฤติการณ์น่าเชื่อว่าจำเลยกระทำการดังกล่าว โดยรู้อยู่ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานรับของโจร ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานรับของโจรนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7993/2547 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสาโรชหรือสาโรจน์หรือโรจน์พรมมาหรือพรหมมา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสาโรชหรือสาโรจน์หรือโรจน์พรมมาหรือพรหมมา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทวีวัฒน์ แดงทองดี · โนรี จันทร์ทร · จิระ โชติพงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 6863/2543ฎีกา 5702/2533ฎีกา 330/2549ฎีกา 5621/2534ฎีกา 2274/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ