⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 330/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานรับของโจรจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องสำเร็จแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกิดจากการกระทำอันเป็นการอุปการะความผิดฐานลักทรัพย์ หรือความผิดอื่นดังที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 357 เช่น ช่วย ซื้อ จำหน่าย หรือรับไว้โดยประการอื่นใด ความผิดฐานรับของโจรจึงต้องเกิดหลังจากมีการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นก่อนย่อมเป็นคำฟ้องที่ขัดต่อสภาพและลักษณะของการกระทำความผิดอย่างชัดเจน จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 357, 83 จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ลงโทษจำคุก 2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาว่าศาลจะพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานรับของโจรตามคำรับสารภาพได้หรือไม่ เห็นว่า ตามคำฟ้องข้อ 1 เกี่ยวกับความผิดฐานลักทรัพย์ โจทก์บรรยายว่า "เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2546 เวลากลางวัน ได้มีคนร้ายบังอาจลักเอารถจักรยานยนต์ 1 คัน...ของนายมณิดา รัชมาศหรือแก้วพิกุล ผู้เสียหายไป..." แต่ในคำฟ้องข้อ 2 ความผิดฐานรับของโจร โจทก์กลับบรรยายว่า "ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม 2546 เวลากลางวัน เจ้าพนักงานตรวจยึดรถของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักไปดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ขณะที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยเป็นของกลาง... เมื่อระหว่างวันและเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 1 ถึงวันเวลาดังกล่าวในฟ้องข้อ 2 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลย...บังอาจร่วมกันรับของโจร โดยร่วมกันรับเอาของกลาง ซึ่งเป็นทรัพย์ของผู้เสียหาย ซึ่งถูกคนร้ายลักไปดังกล่าวในฟ้องข้อ 1..." ซึ่งความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดที่เกิดจากการกระทำอันเป็นการอุปการะความผิดฐานลักทรัพย์ หรือความผิดอื่นดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 เช่น ช่วย ซื้อ จำหน่าย หรือรับไว้โดยประการอื่นใด เป็นต้น ความผิดฐานรับของโจรจึงต้องเกิดหลังจากมีการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์รถจักรยานยนต์เกิดขึ้นแล้ว เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำความผิดฐานรับของโจรเกิดขึ้นก่อนย่อมเป็นคำฟ้องที่ขัดต่อสภาพและลักษณะของการกระทำความผิดอย่างชัดเจนจึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 ไม่อาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ แม้จำเลยจะมิได้ยกความข้อนี้ขึ้นต่อสู้ศาลฎีกาก็ยกขึ้นพิจารณาวินิจฉัยได้" พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 330/2549 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายคำปิ่น นงคม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · จำเลย - นายคำปิ่น นงคม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)องอาจ โรจนสุพจน์ · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · สถิตย์ อรรถบลยุคล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 824/2535ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 6863/2543ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ