⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 151/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ได้รับล้างมลทินตาม พ.ร.บ. ล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499 คือผู้ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษที่ได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่กฎหมายนี้ใช้บังคับเท่านั้น ศาลจะพิพากษาให้กักกันจำเลยที่มีความผิดติดสิสัยและเคยถูกกักกันมาแล้ว มีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 10 ปีก็ได้

ย่อคำพิพากษา

ตาม พ.ร.บ. ล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499 ผู้ที่ได้รับล้างมลทินคือ ผู้ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษที่ได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่กฎหมายนี้ใช้บังคับ คือวันที่ 13 พฤษภาคม 2500 ฉะนั้น เมื่อจำเลยต้องโทษและพ้นโทษภายหลังที่กฎหมายดังกล่าวในคดีก่อนใช้บังคับ จำเลยย่อมไม่ได้รับล้างมลทิน ศาลจึงเพิ่มโทษจำเลยได้ตามกฎหมาย จำเลยกระทำผิดติดสิสัยเคยถูกพิพากษาให้กักกันมาครั้งหนึ่งแล้วในคดีก่อน พ้นจากการกักกันมาได้เพียง 4 เดือน ก็มากระทำผิดขึ้นอีก ศาลจะพิพากษาให้กักกันมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 10 ปีอีกก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.51 ประมวลกฎหมายอาญา ม.357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ได้ความตามฟ้องและคำรับสารภาพของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำผิดโดยบังอาจรับเอาทรัพย์ต่างๆ ของนายประพันธ์ ทัพขัย ที่ถูกคนร้ายลักไป โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานลักทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ จำคุกคนละ ๓ ปี เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่ง ปราณีลดโทษคนละกึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ๑ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ ๒ ปี ๓ เดือน นับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากคดีแดงที่ ๑๒๒๒/๒๕๐๔ จำเลยที่ ๒ เคยถูกศาลพิพากษากักกันมาแล้วมาทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์ในคดีนี้อีก เป็นผู้กระทำผิดติดนิสัย เมื่อรับโทษตามคำพิพากษาที่ให้นับโทษต่อครบแล้ว ให้ส่งจำเลยที่ ๒ ไปกักกันมีกำหนด ๕ ปี จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม พ.ร.บ. ล้างมลทินในโอกาสครบ ๒๕ พุทธศตวรรษ พ.ศ. ๒๔๙๙ ผู้ที่จะได้รับล้างมลทินต้องพ้นโทษไปก่อนหรือในวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๐๐ เป็นอย่างช้า แต่โทษของจำเลยในคดีก่อน ซึ่งศาลจำคุกจำเลยมีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน เมื่อพ้นโทษแล้วให้กักกันอีก ๓ ปีนั้น เริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๐๐ ฉะนั้น เมื่อคำนวณดูแล้วอย่างไรเสีย จำเลยก็จะพ้นโทษไปตามข่าย พ.ร.บ. ที่ให้ล้างมลทินนั้นหาได้ไม่ แม้การกักกันจำเลยเมื่อพ้นโทษคดีนี้อีก ๓ ปี จะเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่โทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ แต่การพ้นโทษจำคุกของจำเลยในคดีก่อนก็เป็นเวลาภวยหลังการให้ได้รับล้างมลทินเสียแล้วดังกล่าวมา จำเลยจึงย่อมไม่ได้รับล้างมลทิน ไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีก่อน ศาลจึงเพิ่มโทษได้ตามกฎหมาย ส่วนการกักกันจำเลยนั้น ได้ความว่าจำเลยกระทำผิดติดนิสัยเคยถูกศาลพิพากษาให้กักกันกำหนด ๓ ปีมาครั้งหนึ่งแล้วในคดีก่อน พ้นจากการกักกันมาได้เพียง ๔ เดือน ก็มากระทำความผิดในคดีนี้ขึ้นอีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๔๑ ศาลอาจพิพากษาให้กักกันมีกำหนดเวลาไม่น้อยกว่าสามปี และไม่เกินสิบปีได้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 151/2506 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายยอด ทองพาสน์ กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายยอด ทองพาสน์ กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายฉัตร รัตนทัศนีย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายธงไชย จาตุรงคกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2546/2527ฎีกา 974/2466ฎีกา 239/2512ฎีกา 12/2511ฎีกา 1851/2557ฎีกา 98/2537ฎีกา 824/2535ฎีกา 5869/2549ฎีกา 2359/2525ฎีกา 1522/2565ฎีกา 558/2540ฎีกา 1311/2540ฎีกา 113/2566ฎีกา 1368/2509ฎีกา 7993/2547ฎีกา 6668/2538ฎีกา 3056/2548ฎีกา 1957/2515ฎีกา 2766/2546ฎีกา 77/2471ฎีกา 4048/2529ฎีกา 337/2535ฎีกา 363/2468ฎีกา 6863/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา