⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2389/2525

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2525

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิขอแก้คำให้การจากรับสารภาพเป็นปฏิเสธได้ หากมีเหตุอันสมควรและยังไม่ได้มีการสืบพยานหลักฐานในประเด็นข้อเท็จจริงที่จำเลยจะต่อสู้คดี.

ย่อคำพิพากษา

ในตอนแรกที่ศาลชั้นต้นประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองแถลงขอสู้คดีขอให้การในวันพิจารณาและจะหาทนายความเอง ครั้นถึงวันนัดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสองมิได้ยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นได้จดคำให้การไว้ว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ว่าได้กระทำผิดตามฟ้องทุกประการ ต่อมาทนายความจำเลยทั้งสองได้มาถึงศาลและยื่นใบแต่งทนายความพร้อมกับแถลงว่าที่มาศาลช้าเพราะไม่สบาย ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาในวันเดียวกันนั้นเองแต่ต้องเลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันอื่น ก่อนถึงวันนัด 1 วันจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิม และขอให้การใหม่ว่ามิได้กระทำความผิด คำร้องของจำเลยทั้งสองเช่นนี้ย่อมมีผลเป็นการขอแก้คำให้การเดิมที่ให้การรับสารภาพ เป็นให้การปฏิเสธ และเหตุผลที่จำเลยทั้งสองอ้างก็เป็นเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ และน่าเชื่อว่าขณะที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพนั้นยังมิได้ปรึกษากับทนายความประกอบกับในคดีอาญาจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่จะให้การต่อสู้ว่าอย่างไรหรือไม่ให้การเลยก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 165 วรรคหนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรให้จำเลยทั้งสามแก้คำให้การได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.165

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๙ จำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมสำเนาและต้นฉบับใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน (แบบ ป.๒) อันเป็นเอกสารทางราชการและจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เอกสารปลอมนั้นสั่งซื้ออาวุธปืนสำหรับการค้าและนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตทั้งจำเลยทั้งสองร่วมกันจัดหรือยื่นใบขนสินค้าที่เข้ามาตามเอกสารปลอมต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรรวม ๕ กระทงเป็นความผิดขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ในวันศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นได้อธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้วจำเลยทั้งสองแถลงขอสู้คดี จะยื่นคำให้การในวันพิจารณาและจะหาทนายความเองศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ ในวันนัดศาลชั้นต้นจดคำให้การจำเลยทั้งสองว่าขอให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์ทุกประการ โจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน นัดฟังคำพิพากษาวันนี้เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา แต่ศาลชั้นต้นติดพิจารณาคดีเรื่องอื่นจึงเลื่อนไปฟังคำพิพากษาวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๔ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๔ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนคำให้การเดิมอ้างว่า จำเลยทั้งสองรับสารภาพโดยเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงซึ่งจำเลยรับเพียงว่ากระทำในฐานะลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดอุรชาจริงเท่านั้น จำเลยกระทำไปโดยเข้าใจโดยสุจริตว่าไม่ผิดกฎหมาย ขอให้การใหม่ว่ามิได้กระทำผิดดังฟ้อง โจทก์รับสำเนาแล้วแถลงว่าจำเลยทั้งสองให้การด้วยความสมัครใจไม่ควรอนุญาตให้ถอนคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพต่อศาลด้วยตนเองโดยความสมัครใจ ซึ่งทนายความจำเลยทั้งสองก็อยู่ด้วย จำเลยทั้งสองยังได้แถลงไม่ติดใจสืบพยาน จึงไม่มีเหตุที่จำเลยทั้งสองจะเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงที่ให้การรับสารภาพ คำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสองสมบูรณ์และชอบด้วยกฎหมายไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยทั้งสองถอนคำให้การที่รับสารภาพและรับคำให้การใหม่ที่ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิด สำหรับข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอมนั้นให้ลงโทษฐานปลอมเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๕ กระทงเดียว ลงโทษฐานสั่งหรือนำเข้ามาซึ่งอาวุธปืนสำหรับการค้าตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗๓ ลงโทษฐานนำอาวุธปืนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานปลอมต้นฉบับและสำเนา ป.๒ กับใช้เอกสารปลอมดังกล่าวทุกกระทงความผิด และฐานจัดหรือยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเป็นเท็จตามฟ้องด้วย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ หรือหากมีความผิดก็ขอให้กำหนดโทษจำเลยที่ ๒ ต่ำลงมาและรอการลงโทษไว้ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำร้องขอถอนคำให้การเดิมของจำเลยทั้งสองมีเหตุอันควรอนุญาต จึงไม่ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองถอนคำให้การเดิม และไม่รับคำให้การที่ขอให้การใหม่กับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกาขอให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แล้วให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องของจำเลยทั้งสองเช่นนี้ย่อมมีผลเป็นการขอแก้คำให้การเดิมที่ให้การรับสารภาพ เป็นให้การปฏิเสธและเหตุผลที่จำเลยทั้งสองอ้างขอแก้คำให้การนั้นก็เป็นเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ เพราะในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองก็ให้การภาคเสธ และในชั้นศาลชั้นต้นประทับฟ้องจำเลยทั้งสองก็แถลงขอสู้คดี แม้ในคำร้องขอแก้คำให้การก็อ้างว่าเข้าใจผิดในข้อเท็จจริง และเข้าใจโดยสุจริตว่าการกระทำของจำเลยไม่ผิดกฎหมาย จึงน่าเชื่อว่าขณะที่จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพนั้นยังมิได้ปรึกษากับทนายความ ครั้นได้ปรึกษากับทนายความในภายหลังแล้ว จำเลยทั้งสองจึงเข้าใจถูกต้องในการต่อสู้คดี นับว่าเป็นเหตุผลอันควร ประกอบกับในคดีอาญาจำเลยมีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่จะให้การต่อสู้ว่าอย่างไรหรือไม่ให้การเลยก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๖๕ วรรคหนึ่ง เมื่อพิเคราะห์ประกอบกับความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรให้จำเลยแก้คำให้การได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๓ วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2525 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุรชา โดยนายถวัลย์ วงศ์สาคร หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ 1 นาย ถวัลย์ วงศ์สาคร ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · นาย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดอุรชา โดยนายถวัลย์ วงศ์สาคร หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ 1 · จำเลย - ถวัลย์ วงศ์สาคร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถมชัย สิทธิไตรย์ · ขจร หะวานนท์ · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายนิธิ ไขแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรทม จาตกานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 819/2483ฎีกา 3045/2532ฎีกา 1035/2540ฎีกา 1650/2492ฎีกา 2714/2526ฎีกา 2665/2515ฎีกา 4141-4142/2565ฎีกา 164/2503ฎีกา 1455/2545ฎีกา 48/2486ฎีกา 668/2481ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 1294/2509ฎีกา 1319/2495ฎีกา 9860/2552ฎีกา 4575/2551ฎีกา 2947/2529ฎีกา 222/2530ฎีกา 344/2484ฎีกา 3224/2524ฎีกา 3523/2528ฎีกา 534/2487ฎีกา 364/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา