⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3100/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2547

ป.อาญา ม.295 · ป.วิ.อาญา ม.2, 30

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่เคยกระทำผิดต่อจำเลยในเหตุการณ์เดียวกันกับที่จำเลยถูกกระทำนั้น ไม่มีอำนาจเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้แจ้งความร้องทุกข์โจทก์ร่วมในข้อหาทำร้ายร่างกาย โจทก์ร่วมให้การรับสารภาพเนื่องจากโจทก์ร่วมทำร้ายร่างกายจำเลยหลังจากจำเลยใช้อาวุธมีดแทงโจทก์ร่วมแล้ว ซึ่งคดีดังกล่าวพนักงานอัยการได้แยกฟ้องโจทก์ร่วมในข้อหาทำร้ายร่างกาย ศาลมีคำพิพากษาปรับโจทก์ร่วมแล้ว จึงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมมีส่วนกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายจำเลยในเหตุการณ์ที่จำเลยใช้มีดแทงโจทก์ร่วมในคดีนี้ โจทก์ร่วมจึงมิใช่ผู้เสียหายตามความหมายใน ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) และทำให้ไม่มีอำนาจที่จะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามมาตรา 30 โจทก์ร่วมไม่มีอำนาจยื่นฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 80, 288 และริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณานายพิเชษฐ์ พิรุณ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำคุก 10 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน ริบมีดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 69 จำคุก 3 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี รอการลงโทษตามมาตรา 56 ไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 2 เดือน ในระยะเวลา 1 ปีแรก และทุก 3 เดือนในระยะเวลาที่เหลือ กับให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีกำหนด 12 ชั่วโมงในระยะเวลาหนึ่งปีแรก และห้ามเสพหรือเกี่ยวข้องกับสุราและยาเสพติดให้โทษทุกชนิด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น และให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ของนายพิเชษฐ์ พิรุณ ด้วย โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยใช้มีดปลายแปลงแทงนายพิเชษฐ์ พิรุณ โจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กาย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมมีส่วนในการกระทำผิดด้วยหรือไม่ พยานโจทก์มีโจทก์ร่วมเบิกความว่า ในเหตุการณ์เดียวกันกับที่จำเลยใช้มีดแทงโจทก์ร่วมนี้ จำเลยได้แจ้งความร้องทุกข์โจทก์ร่วมในข้อหาทำร้ายร่างกาย โจทก์ร่วมให้การรับสารภาพ เนื่องจากโจทก์ร่วมทำร้ายร่างกายจำเลยหลังจากจำเลยใช้อาวุธมีดแทงโจทก์ร่วมแล้ว ซึ่งคดีดังกล่าวพนักงานอัยการได้แยกฟ้องโจทก์ร่วมในข้อหาทำร้ายร่างกาย ศาลมีคำพิพากษาปรับโจทก์ร่วมเป็นเงิน 500 บาท ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมมีส่วนกระทำผิดทำร้ายร่างกายจำเลยในเหตุการณ์ที่จำเลยใช้มีดแทงโจทก์ร่วมในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายตามความหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) และทำให้ไม่มีอำนาจที่จะขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามมาตรา 30 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจยื่นฎีกา" พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ร่วม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2547 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายพิเชษฐ์ พิรุณ โจทก์ร่วม นายอ็อด แคนลาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด · โจทก์ร่วม - นายพิเชษฐ์ พิรุณ · จำเลย - นายอ็อด แคนลาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ ตรีสุวรรณ · สมบัติ อรรถพิมล · วิบูลย์ นนทสูติ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1917/2559ฎีกา 264/2499ฎีกา 1336/2553ฎีกา 8080/2538ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1228/2510ฎีกา 11720/2555ฎีกา 16867/2557ฎีกา 1298/2501ฎีกา 389/2542ฎีกา 323/2510ฎีกา 5138/2537ฎีกา 852/2464ฎีกา 404/2497ฎีกา 2794/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ