⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1884/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1884/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอลงอาญา ถือเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน ไม่รอการลงโทษ และไม่ปรับนั้นเป็นการแก้ไขมากและเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย ไม่ ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484มาตรา 4, 7, 47, 48, 73, 74, 75 (ที่แก้ไขแล้ว) ริบไม้ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 7, 47, 48, 73, 74, 75 (ที่แก้ไขแล้ว)ให้ลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปีปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี จำเลยไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ไม้แปรรูปที่จำเลยมีไว้ในความครอบครองมีเป็นจำนวนมาก พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 4, 7, 47, 48, 73 วรรคสอง,74, 75 (ที่แก้ไขแล้ว) ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี จำเลยรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามคำแก้ฎีกาของโจทก์ว่าฎีกาจำเลยต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขแล้วหรือไม่เห็นว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่าให้ลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน ไม่รอการลงโทษ ไม่ปรับ นั้น นอกจากจะเป็นการแก้ไขมากแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโทษจำเลยด้วย ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามบทบัญญัติดังกล่าว ทั้งคดีนี้จำเลยยังไม่ได้รับอนุญาตจากผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงอีกด้วย ส่วนปัญหาว่าสมควรรอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ป่าไม้เป็นทรัพยากรของชาติและเป็นที่ทราบกันดีว่าการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของบุคคลในชาติเป็นส่วนรวม การที่จำเลยมีไม้ตามฟ้องซึ่งมิใช่จำนวนเล็กน้อยไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าอันก่อให้เกิดผลดังกล่าวมาแล้วอย่างหนึ่ง จำเลยจึงเป็นบุคคลที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นสำคัญ ที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษให้นับว่าเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะแก้ไข" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1884/2533 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ โจทก์ นาย พิสัณฑ์ ศรีไชย แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงใหม่ · จำเลย - นาย พิสัณฑ์ ศรีไชย แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2360/2539ฎีกา 700/2506ฎีกา 3805/2528ฎีกา 2875/2547ฎีกา 3863/2525ฎีกา 101/2482ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1533/2530ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 483/2520ฎีกา 452/2532ฎีกา 193/2495ฎีกา 2803/2535ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2816/2531ฎีกา 191/2520ฎีกา 686/2523ฎีกา 1172/2513ฎีกา 765/2502ฎีกา 922/2485ฎีกา 767/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ