คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยที่ถูกฟ้องคดีอย่างคนอนาถา มีสิทธิฟ้องผู้ร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาในความผิดฐานแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จได้
ย่อคำพิพากษา
หญิงร้องขอว่าความอย่างคนอนาถาฟ้องเรียกทรัพย์จากคนที่เคยเป็นสามี แต่ได้ความว่าร้องเท็จแลเบิกความเท็จดังนี้ มีเหตุที่ควรรออาญาเพียงไร วิธีพิจารณาความอาญาจำเลยในคดีที่ถูกฟ้องอย่างคนอนาถา มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องผู้ที่ขอว่าความอย่างคนอนาถานั้นในทางอาญาฐานเจ้งความเท็จแลเบิกความเท็จได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาแพ่ง ร.ศ. 127 ม.115
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยา แล้วหย่าแลแบ่งทรัพย์แก่กัน แต่จำเลยยังมีส่วนแบ่งที่โจทก์อีก ๖๗ บาท โจทก์ทำหนังสือให้จำเลยยึดไว้ แล้วไม่ใช้ จำเลยจึงยื่นคำร้องขอฟ้องเรียกเงินรายนี้อย่างคนอนาถาและได้เข้าเบิกความศาลไม่อนุญาตโดยไม่เชื่อว่าเป็นคนอนาถา โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยในคดีนี้หาว่าแจ้งความเท็จเบิกความเท็จซึ่งพิจารณาได้ความจริง
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย ๖ เดือน ตาม ม.๑๑๘-๑๕๕ แต่เห็นว่าจำเลยเป็นหญิงมีฐานแลอาชีพเป็นหลักแหล่ง ความผิดปรากฏขึ้นเพราะสามีรู้ยากมีดีคนกันมา ทั้งมูลกรณีมิใช่เถยยจิตต์เป็นโจรผู้ร้ายหรือหยาบช้าทารุณเป็นด้วยความตระหนี้แล้วก็ไม่สมปรารถนา จึงให้รออาญาไว้ตามมาตรา ๔๑-๔๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 474/2478
นายชิสุย แซ่อ๋อง - โจทก์
นางพิน มณีสง - ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชิสุย แซ่อ๋อง - · ล - นางพิน มณีสง - |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มนธา · พลางกูร · อมาตย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา