คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2478
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. พินัยกรรมที่ผู้อื่นเขียน ต้องมีข้อความระบุรับรองลายมือผู้ทำพินัยกรรมและลงวันเดือนปีที่ทำไว้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย มิฉะนั้นจะตกเป็นโมฆะ
2. การที่สามีภรรยาหย่าขาดจากกันและฝ่ายหญิงได้สมรสใหม่แล้ว แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสามีใหม่ ก็ไม่สามารถกลับไปเป็นสามีภรรยากับสามีเก่าได้อีก
3. หากจำเลยยกประเด็นข้อต่อสู้ขึ้นในชั้นศาลเดิม แต่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยประเด็นนั้น แม้จำเลยจะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยให้
ย่อคำพิพากษา
พินัยกรรม์ผู้อื่นเขียนไม่มีข้อความระบุรับรองลายมือผู้ทำพินัยกรรม์แลไม่ลงวันเดือนปีไว้ ทั้งมีขีดฆ่าโดยผู้ทำพินัยกรรม์ไม่ได้ลงลายมือชื่อรับรอง นับว่าไม่สมบูรณ์ ครอบครัว ผัวเมีย ผัวเมียเลิกล้างกันไปจนเมียได้ผัวใหม่และ-ยังไม่ได้+จากผัวใหม่จะกลับเป็นผัวเมียกับผัวเก่าไม่ได้ ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141-240 ประเด็นที่จำเลยยกขึ้นต่อสู้ไว้+ชั้นศาลเดิม ๆ ตัดสินให้แพ้ประเด็นนั้น แต่ให้จำเลย+คดีบางส่วนในประเด็นข้อจำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์+ให้จำ-เลยแพ้คดีทั้งหมด+ไม่วินิจฉัยถึงประเด็นนั้น แม้ในชั้นฎีกาจำเลย+ได้ยกประเด็นข้อนั้นเป็นฎีกา ศาลฎีกาก็ต้องวินิจฉัยให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติว่าด้วยการทำพินัยกรรม พ.ศ.2475 ม.5
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ช.บิดาโจทก์ได้รับมฤดกที่ดินบ้านเรือนรายพิพาทก่อนมาได้จำเลยเป็นภรรยา จำเลยเลิกล้างกับ ช.ไปได้ ย.เป็นสามีใหม่ ๑๑-๑๒ ปีแล้ว ก่อน ช.ตาย ๒๕ วัน ช.ได้ให้คนไปรับจำเลยมารักษาพยาบาลแล้วทำพินัยกรรม์ยกทรัพย์รายนี้ให้จำเลยคือในปี ๒๔๗๗ พินัยกรรม์ ห.เป็นผู้เขียนมีขีดฆ่าโดยผู้ทำพินัยกรรม์ไม่ได้ลงชื่อกำกับและไม่มีพะยานลงลายมือรับรองผู้ทำพินัยกรรม์และไม่มีข้อความระบุว่าลงลายมือต่อหน้าพะยานแลจดวันเดือนปีไว้ ช.ตายใน พ.ศ.๒๔๗๗ นั้นเอง โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพินัยกรรม์ใช้ไม่ได้ แต่ฟังว่าจำเลยกับ ช.คืนดีกันแล้ว จึงพิพากษาแบ่งมฤดกให้คนละครึ่ง
โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจะฟังว่าจำเลยกับผู้ตายเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมายไม่ได้ ให้ขับไล่จำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพินัยกรรม์ไม่ถูกแบบตาม พรบ ว่าด้วยการทำพินัยกรรม์ พ.ศ.๒๔๗๕ และฟังว่าพะยานจำเลยว่าจำเลยเป็นเมีย ย.อยู่ยังไม่ปรากฎว่าขาดกับ ย.ด้วยวิธีใด ฉะนั้นจะฟังว่าจำเลยเป็นเมีย ช.ไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2478
นายชิต กุลานุวัฒน์ โจทก์
นางพรัด ไชยสุรินทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชิต กุลานุวัฒน์ · จำเลย - นางพรัด ไชยสุรินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อมาตย · มนธา · พลางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสุทธิพากย์ฯ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาภัทรนาวิกฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา