คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่หุ้นส่วนรับเงินไปแล้วนำไปใช้ส่วนตัว ยังไม่ถือเป็นความผิดฐานยักยอก เว้นแต่โจทก์จะพิสูจน์ได้ว่าหุ้นส่วนนั้นมีเจตนาทุจริตที่จะยักยอกเงินนั้นไปเป็นของตนเอง หากพิสูจน์ไม่ได้ ถือเป็นเพียงข้อพิพาททางแพ่งที่ต้องฟ้องร้องเรียกเงินคืน.
ย่อคำพิพากษา
ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้หนึ่งรับเงินไว้แล้วเอาไปใช้เสียยังหามีความผิดฐานยักยอกไม่โจทก์ต้องพิศูจน์ให้เห็นเจตนาทุจจริตของจำเลยว่ามีเจตนายักยอก มิฉะนั้นเป็นเพียงคดีแพ่งที่จะฟ้องเรียกร้องกันเท่านั้น หน้าที่นำสืบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีปรากฎว่าเจ้าทุกข์(นายเ+)กับจำเลยเข้าทุนกันตั้งร้านตัดเสื้อโดยให้จำเลยเป็นผู้จัดการ โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยยักยอกเงิน ๖ บาท ๓๐ สตางค์ ซึ่งมีผู้มาตัดเสื้อและชำระให้จำเลยไว้แล้วเอาเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ซึ่งจำเลยปฏิเสธรับว่าได้รับเงินไว้จริง แต่ส่งมอบให้เจ้าทุกข์ไปแล้ว
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามข้อเท็จจริงปรากฎว่าคดีตกอยู่ในระหว่างสงสัยจะโอนหน้าที่ให้จำเลยนำสืบพิศูจน์ความบริสุทธิในเรื่องนี้ดังศาลล่างวินิจฉัยมานั้นไม่ถูกต้อง และเมื่อคดีได้ความเพียงว่าจำเลบรับว่าได้รับเงินไว้เท่านั้น หาเป็นความผิดฐานยักยอกไม่ โจทก์ต้องแสดงว่าจำเลยได้ทุจจริตยักยอกเงินนั้นเสีย เพียงแต่รับเงินไว้แล้วไม่ลงบัญชีแล้วเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียแต่ยังไม่ส่งมอบให้ผู้เป็นหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งโดยปกติย่อมเป็นความแพ่งที่จะฟ้องร้องขอแบ่งกัน โจทก์ต้องแสดงความทุจจริตของจำเลยคดีจึงจะเป็นความอาญาตามฟ้อง จึงพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์เสีย ยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2479
อัยยการเชียงใหม่ โจทก์
นายฝุยหย่อน แซ่ห่าน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเชียงใหม่ · จำเลย - นายฝุยหย่อน แซ่ห่าน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายวิ+ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา