คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2480
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ศาลเห็นว่าตนได้รับความเสียหายจริงตามฟ้องในคดีละเมิด
2. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอาญา เช่น ค่าจ้างทนายความ ไม่ใช่ค่าเสียหายที่โจทก์จะเรียกให้จำเลยชดใช้ได้
3. สำเนาเอกสารจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ต่อเมื่อคู่กรณีอีกฝ่ายรับรองความถูกต้อง หรือผู้ขออนุญาตต่อศาลแล้ว
ย่อคำพิพากษา
หน้าที่นำสืบในคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดนั้นเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าได้เสียหายไปจริงตามฟ้องมิฉะนั้นศาลจะกะให้ตามจำนวนที่เห็นสมควรค่าจ้างทนายและค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีอาญานั้นไม่ใช่ค่าเสียหายที่โจทก์จะพังเรียกร้องเอาจากจำเลยได้ประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม. 93(1) (2) ชื่อสำเนาเอกสารเป็นพะยานถ้าอีกฝ่ายหนึ่งมิได้รับรองว่าสำเนานั้นถูกต้องและตั้งผู้อ้างมิได้ขออนุญาตต่อศาลเสียก่อนดังนี้ศษลไม่รับฟังสำเนาเอกสารข้อเป็นหลักฐาน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่องนี้เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นความอาญา หาว่าเลียนแบบเครื่องหมายการค้าที่ใช้กับแปรงสีฟันของโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีความผิดจริง จึงให้ลงโทษ คดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว บัดนี้โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นความแพ่งเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยละเมิดสิทธิของโจทก์เป็นจำนวน ๑๘๐๐ บาทและเรียกค่าจ้างทนายว่าความในคดีอาญา ๘๐๐ บาท ค่าพาหนะในการนำจับและนำพะยานไปศาล ๑๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๕๐ บาท ส่วนคำขอของโจทก์ข้ออื่นให้ยก
โจทก์ฎีกาขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินให้โจทก์เต็มตามฟ้อง
ศาลฎีกาตัดสินว่าเรื่องนี้โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเสียหายไปจริงตามฟ้อง เพราะฉะนี้ค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกะมา จึงเป็นการชอบแล้ว ส่วนในข้อที่โจทก์ฎีกาว่าศาลควรรับสำเนา บัญชีของโจทก์เป็นหลัก,ฐานนั้นเห็นว่าตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะยื่นสำเนาบัญชีหรือเอกสารเป็นพะยานฝ่ายนั้นต้องขออนุญาตต่อศษลก่อน เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งรับรองว่าสำเนาเอกสารนั้นถูกต้องแล้ว แต่คดีนี้จำเลยมิได้รับรับรองเช่นนั้นทั้งโจทก์ก็มิได้ขออนุญาตต่อศาลขอนำสำเนาบัญชีมาเป็นหลักฐานแทนต้นฉะบับ ฉะนั้นที่ศาลล่างไม่รับสำเนาบัญชีหลักฐานจังเป็นการชอบแล้ว ส่วนในเรื่องค่าทนายและค่าใช้จ่ายในการฟ้องคดีอาญานั้นเห็นว่า ไม่ใช่ค่าเสียหายอันเกิดจากการที่จำเลยละเมิดสิทธิของโจทก์โดยตรง ไม่มีความจำเป็นอย่างใดที่โจทก์จะต้องฟ้องจำเลยทางอาญาเพื่อป้องกัน สิทธิของตนและทั้งไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าจำเลยในคดีอาญาจะต้องรับผิดชอบใช้ค่าธรรมเนียมหรือค่าทนายให้โจทก์ไม่ว่าในคดีแพ่งหรืออาญา จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 905/2480
นายว้อง แซ่หยุ่ง -จ
นายเต็ก โกเมศ -ล
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | -จ - นายว้อง แซ่หยุ่ง · -ล - นายเต็ก โกเมศ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · นิติศาสตร์ · พลางกูร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา