⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1239/2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2482

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน แม้จะยังไม่สามารถเอาทรัพย์สินไปได้ แต่หากยังไม่มีการลงมือกระทำอันเป็นการประทุษร้าย หรือการหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังบุคคลนั้น ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ หรือฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขู่ให้เจ้าทรัพย์สัญญาส่งทรัพย์ให้แก่ตน แล้วรุ่งขึ้นจำเลยมาขอรับเงินเจ้าทรัพย์เจ้าทรัพย์บอกว่าไม่มี จำเลยกล่าวว่า ไม่ให้ก็ไม่เอาระวังจะฟันหัว ตีให้ตาย แล้วจำเลยก็ออกจากห้องเจ้าทรัพย์ไปเอง ดังนี้การกระทำครั้งหลังนี้ยังไม่เป็นผิดฐานพยายามชิงทรัพย์หรือฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.61 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.299 ประมวลกฎหมายอาญา ม.303

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าวันแรกจำเลยกับพวกมาขู่เอาทรัพย์จากเจ้าทรัพย์ รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งจำเลยมาอีก มาพูดว่าเมื่อวานมาเอาสตางค์ไม่มีให้จะมาเอาวันนี้ เจ้าทรัพย์ว่ามีเหลืออยู่ ๓๐ สตางค์จะเอาไหม จำเลยตอบว่าไม่เอาจะเอา ๒ บาท เจ้าทรัพย์บอกว่าไม่มีจำเลยก็พูดว่า ไม่ให้ก็ไม่เอา ระวังจะฟันหัวตีให้ตาย แล้วจำเลยก็ไปจากห้องเจ้าทรัพย์ เจ้าทรัพย์จึงไปแจ้งความที่โรงพักแล้วกลับมาเกือบถึงหน้าห้อง เห็นจำเลยตามหลังมา จำเลยไม่ได้พูดหรือทำกริยาอย่างไร พอดีตำรวจเดินมาเจ้าทรัพย์ก็เรียกให้ตำรวจจับจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ๒ กะทงกะทงแรกฐานกรรโชกตาม ม.๓๐๓ กะทงหลัง(คือการมาเรียกเอาเงินครั้งหลัง)ฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพตาม ม.๒๖๘ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการมาเรียกเอาเงินครั้งหลังนี้การกระทำเป็นผิดถึงพยายามชิงทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยสำหรับการกระทำครั้งหลังซึ่งศาลชั้นต้นลงมาตาม ม.๒๖๘ นั้นเป็นลงโทษตาม ม.๒๙๙,๖๐ ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยครั้งหลังนี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยทำผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ เมื่อจำเลยพูดขอเงินเจ้าทุกข์ ๒ บาท เจ้าทุกข์ว่าไม่มี จำเลยว่าไม่ให้ก็ไม่เอาแล้วจำเลยก็ออกไปจากห้องเจ้าทรัพย์ เป็นการยับยั้งใจของจำเลยด้วยตนเอง หาใช่มีเหตุพ้นวิสัยมาขัดขวาง ที่จำเลยว่า ไม่ให้ก็ไม่เอา ระวังจะฟันหัวตีให้ตายนั้น ก็เป็นแต่คำแสดงความอาฆาตมาทร้าย หาใช่บังคับขืนใจให้เจ้าทรัพย์ทำการอย่างใดไม่อันจะเป็นผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพเจ้าทุกข์กลับจากแจ้งความเห็นจำเลยเดินมาก็บอกให้ตำรวจจับทันทีโดยจำเลยไม่ได้พูดหรือแสดงกริยาขู่เข็ญในตอนนี้ จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ในกะทงโทษการกระทำของจำเลยครั้งหลังนี้เสีย นอกจากนั้นยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2482 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายใช้ จะดิษฐกับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - นายใช้ จะดิษฐกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเศษ · อมาตย · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - พระอินทรเบญญา · ศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2541ฎีกา 2503/2548ฎีกา 643/2469ฎีกา 5246/2548ฎีกา 406/2468ฎีกา 500/2470ฎีกา 255/2529ฎีกา 4521/2539ฎีกา 17579/2555ฎีกา 3637/2559ฎีกา 56/2468ฎีกา 445/2468ฎีกา 9026/2553ฎีกา 253/2468ฎีกา 249/2472ฎีกา 415/2469ฎีกา 90/2468ฎีกา 523/2483ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 2918/2522ฎีกา 1140/2482ฎีกา 782/2499ฎีกา 98/2537ฎีกา 414/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา