⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1239/2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2482

ป.อาญา ม.60, 61, 268 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน แม้จะยังไม่สามารถเอาทรัพย์สินไปได้ แต่หากยังไม่มีการลงมือกระทำอันเป็นการประทุษร้าย หรือการหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังบุคคลนั้น ก็ยังไม่เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ หรือฐานทำให้เสื่อมเสียอิสรภาพ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขู่ให้เจ้าทรัพย์สัญญาส่งทรัพย์ให้แก่ตน แล้วรุ่งขึ้นจำเลยมาขอรับเงินเจ้าทรัพย์เจ้าทรัพย์บอกว่าไม่มี จำเลยกล่าวว่า ไม่ให้ก็ไม่เอาระวังจะฟันหัว ตีให้ตาย แล้วจำเลยก็ออกจากห้องเจ้าทรัพย์ไปเอง ดังนี้การกระทำครั้งหลังนี้ยังไม่เป็นผิดฐานพยายามชิงทรัพย์หรือฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.61 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.299 ประมวลกฎหมายอาญา ม.303

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.61 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.299 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าวันแรกจำเลยกับพวกมาขู่เอาทรัพย์จากเจ้าทรัพย์ รุ่งขึ้นอีกวันหนึ่งจำเลยมาอีก มาพูดว่าเมื่อวานมาเอาสตางค์ไม่มีให้จะมาเอาวันนี้ เจ้าทรัพย์ว่ามีเหลืออยู่ ๓๐ สตางค์จะเอาไหม จำเลยตอบว่าไม่เอาจะเอา ๒ บาท เจ้าทรัพย์บอกว่าไม่มีจำเลยก็พูดว่า ไม่ให้ก็ไม่เอา ระวังจะฟันหัวตีให้ตาย แล้วจำเลยก็ไปจากห้องเจ้าทรัพย์ เจ้าทรัพย์จึงไปแจ้งความที่โรงพักแล้วกลับมาเกือบถึงหน้าห้อง เห็นจำเลยตามหลังมา จำเลยไม่ได้พูดหรือทำกริยาอย่างไร พอดีตำรวจเดินมาเจ้าทรัพย์ก็เรียกให้ตำรวจจับจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ๒ กะทงกะทงแรกฐานกรรโชกตาม ม.๓๐๓ กะทงหลัง(คือการมาเรียกเอาเงินครั้งหลัง)ฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพตาม ม.๒๖๘ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการมาเรียกเอาเงินครั้งหลังนี้การกระทำเป็นผิดถึงพยายามชิงทรัพย์ จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยสำหรับการกระทำครั้งหลังซึ่งศาลชั้นต้นลงมาตาม ม.๒๖๘ นั้นเป็นลงโทษตาม ม.๒๙๙,๖๐ ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยครั้งหลังนี้ยังไม่พอฟังว่าจำเลยทำผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ เมื่อจำเลยพูดขอเงินเจ้าทุกข์ ๒ บาท เจ้าทุกข์ว่าไม่มี จำเลยว่าไม่ให้ก็ไม่เอาแล้วจำเลยก็ออกไปจากห้องเจ้าทรัพย์ เป็นการยับยั้งใจของจำเลยด้วยตนเอง หาใช่มีเหตุพ้นวิสัยมาขัดขวาง ที่จำเลยว่า ไม่ให้ก็ไม่เอา ระวังจะฟันหัวตีให้ตายนั้น ก็เป็นแต่คำแสดงความอาฆาตมาทร้าย หาใช่บังคับขืนใจให้เจ้าทรัพย์ทำการอย่างใดไม่อันจะเป็นผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิสสระภาพเจ้าทุกข์กลับจากแจ้งความเห็นจำเลยเดินมาก็บอกให้ตำรวจจับทันทีโดยจำเลยไม่ได้พูดหรือแสดงกริยาขู่เข็ญในตอนนี้ จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ในกะทงโทษการกระทำของจำเลยครั้งหลังนี้เสีย นอกจากนั้นยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2482 พนักงานอัยยการ โจทก์ นายใช้ จะดิษฐกับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - นายใช้ จะดิษฐกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเศษ · อมาตย · มนูภันย์วิมลสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - พระอินทรเบญญา · ศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6538/2562ฎีกา 523/2483ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 7364/2538ฎีกา 3911/2568ฎีกา 729/2483ฎีกา 4225/2559ฎีกา 582/2468ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2092/2564ฎีกา 2766/2546ฎีกา 3800/2564ฎีกา 801/2503ฎีกา 5138/2537ฎีกา 404/2497ฎีกา 3535/2528ฎีกา 690/2467ฎีกา 581/2527ฎีกา 1115/2468ฎีกา 64/2464ฎีกา 693/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา