คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขคำฟ้องที่เกี่ยวกับเวลาในการกระทำผิดซึ่งไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลงข้อต่อสู้ ศาลย่อมอนุญาตให้แก้ไขได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานปล้น เมื่อสืบพะยานโจทก์ไปบ้างแล้ว โจทก์ขอแก้ฟ้องเรื่องเวลากระทำผิดซึ่งเป็นกลางคืนว่าเป็นกลางวัน เมื่อไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลงข้อต่อสู้แล้ว ศาลอนุญาตให้แก้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยกับพวกมีสัสตราวุธทำการปล้นทรัพย์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง.
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๑ จำคุกคนละ ๑๒ ปี
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่าพะยานโจทก์มีเหตุผลเชื่อได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้จริง ข้อที่จำเลยคัดค้านว่าฟ้องโจทก์กล่าวว่า เกิดเหตุเวลากลางคืน แต่เมื่อสืบพะยานโจทก์ไปบ้างแล้ว เห็นว่าการแก้นี้ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลงต่อสู้และมิใช่แก้เพื่อให้สมกับคำพะยาน เพราะพะยานให้การมีเหตุผลอยู่แล้ว จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2485
อัยยการพิจิตร์ โจทก์
นายแฝง สิงห์ลอ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพิจิตร์ · จำเลย - นายแฝง สิงห์ลอ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · เคลื่อน อิสรภักดี · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลย+ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาธรรมสารนิติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา