คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2486
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การขอให้ศาลสั่งแยกสินสมรสระหว่างสามีภริยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1483 นั้น ไม่จำต้องมีการขอให้ศาลสั่งงดการยึดทรัพย์สินสมรสนั้นก่อน แม้ศาลได้มีคำสั่งถอนการยึดไปแล้วก็ตาม
2. หากมีการโต้แย้งว่าสินสมรสได้ถูกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกไปแล้ว ศาลจะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงดังกล่าวเสียก่อน หากเป็นความจริง สินสมรสนั้นก็ไม่ใช่สินสมรสที่จะขอให้แยกได้อีกต่อไป
ย่อคำพิพากษา
เจ้าหนี้ยึดสินบริคนห์ระหว่างจำเลยกับสามีสามีร้องขัดทรัพย์อ้างว่านิติกัมที่ภรรยาทำเปนโมคียะ ไม่ผูกพันสินบริคนห์สาลสั่งถอนการยึดไปตามคำร้องขัดทรัพย์ เจ้าหนี้มาฟ้องขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยานั้นไหม่ได้ ไม่เปนฟ้องซ้ำ
เจ้าหนี้ซึ่งขอแยกสินบริคนห์ของลูกหนี้ตาม ม. 1483 นั้นไม่จำต้องขอขนะยึดทรัพย์ของลูกหนี้ แม้สาลไห้ถอนการยึดแล้วก็ขอได้
ไนกรนีที่ขอแยกสินบริคนห์ระหว่างสามีภรรยาเพื่อไช้หนี้ ถ้าจำเลยต่อสู้ว่าขายไห้คนพายนอกไปแล้ว ก็ต้องพิจารนาว่าจิงหรือไม่ เพราะถ้าจิงก็ไม่ไช่สินบริคนห์จะขอแยกไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีแรกสาลชั้นต้นพิพากสาไห้จำเลยที่ ๑ และ ๒ ซึ่งเปนภรรยาจำเลยที่ ๓ และ ๔ ไช้หนี้เงินกู้แก่โจท ๆ จึงยึดที่นาจำเลยที่ ๓ สามีจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๔ สามีจำเลยที่ ๒ ร้องขัดทรัพย์ว่านารายนี้เปนสินบริคนห์ระหว่างจำเลยที่ ๑ กับที่ ๓ และจำเลยที่ ๒ กับที่ ๔ จำเลยที่ ๑,๒ ทำสัญญากู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยผู้เปนสามี ขอบอกล้างนิติกัมสาลชั้นต้นเห็นว่าเปนจิงดังคำร้องขัดทรัพย์จึงไห้ถอน โจทจึงมาฟ้องคดีขอไห้แยกสินบริคนห์เพื่อเอาไปไช้หนี้
สาลชั้นต้นพิจารนาตามคำที่คู่ความแถลงรับและสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วพิพากสาไห้แบ่งนาสินบริคนห์รายนี้
จำเลยอุธรน์สาลอุธรน์พิพากสายืนแต่มีความเห็นแย้งว่า ควนยกฟ้อง
จำเลยดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่า ๑ ที่จำเลยว่าโจทฟ้องซ้ำตาม ป.ว.พ.ม. ๑๔๘ สาลดีกาเห็นว่าไนคดีเรื่องก่อนประเด็นที่พิพาทกันมีสัญญากู้เงินที่โจทฟ้องผูกพันสินบริคนห์ระหว่างจำเลยหรือไม่ประเด็นไนคดีนี้มีว่า สัญญานั้นผูกพันจำเลยซึ่งเปนภรรยาไม่มีสินส่วนตัว โจทจะขอแยกสินบริคนห์เพื่อเอกส่วนของภรรยาชำระหนี้ได้หรือไม่ ประเด็นไนคดีก่อนกับไนคดีนี้ไม่เหมือนกัน จึงเปนฟ้องซ้ำ
๒. จำเลยว่าโจทยึดสินบริคนหืรายพิพาทเพื่อเอกขายทอดตลาดชำระหนี้ หากโจทประสงค์จะขอแยกสินบริคนห์ ก็ต้องขอแยกไนขนะที่ยึดนั้น บัดนี้สาลตัดสินไห้ถอนการยึดไปแล้ว โจทจะมาขอแยกสินบริคนห์อีก สินบริคนห์อีกเปนสองครั้งสองหนไม่ได้ สาลดีกาเห็นว่ากดหมายที่ไห้สิทธิเจ้าหนี้ขอแยกสินบริคนห์ไม่ได้กำหนดข้อจำกัดดังจำเลยว่า
๓. ที่จำเลยว่า นาสินบริคนห์โฉนดที่ ๕๖๘๐ จำเลยได้โอนขานแก่บุคคลพายนอกไปแล้ว จะบังคับแก่นาแปลงนี้ไม่ได้นั้นสาลดีกาเห็นว่า หากฟังข้อเท็ดจิงดังจำเลยดีกานารายนี้ก็ไม่เปนสินบริคนห์ต่อไป แต่สาลชั้นต้นยังไม่ได้สืบพยานไนประเด็นข้อนี้ สาลดีกาก็ชี้ขาดข้อเท็ดจิงไม่ได้จึงพิพากสาไห้ยกคำพิพากสาสาลล่างทั้งสองสาลไห้สาลชั้นต้นดำเนินการพิจารนาประเด็นพข้อพิพาทแล้วพิพากสาไหม่ตามรุปความ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2486
นายเดื่อ จันหอม โจท
นางนวมกับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจท - นายเดื่อ จันหอม · จำเลย - นางนวมกับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชม จามรมาน · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายชวน ชินสุล+ · ศาลอุทธรณ์ - นางโกย โปสยนนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา