คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของบุคคลหลายคน แม้จะอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน แต่หากไม่มีการสมคบคิดหรือรู้เห็นร่วมกันในการกระทำผิดของแต่ละคน แต่ละคนต้องรับผิดในผลแห่งการกระทำของตนเองเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายเมาสุราพูดจาท้าทายใครต่อใครในงาน อันเป็นการก่อกวนโทษะแก่บุคคลที่อยู่ที่นั่นทุกคน จำเลยที่ 1-2-3 มีส่วนเป็นเจ้าของงานแต่ไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตาย จำเลยที่ 1 ใช้ไม้ตีผู้ตาย 1 ที ไม่ถึงบาดเจ็บ จำเลยที่ 2 เอามีดฟันอีก 1 ทีถึงบาดเจ็บ แล้วจำเลยที่ 3 เอามีดแทงผู้ตาย 1 ที ถูกที่หน้าท้องไส้ทะลักออกมาและถึงแก่ความตาย เพราะบาดแผลที่ถูกแทงภายหลังนี้แบบเดียวดังนี้จะฟังว่าจำเลยทั้ง 3 คนสมคบกันฆ่าผู้ตายยังไม่ถนัด เพราะการที่จำเลยที่ 3 เข้ามาและใช้มีดแทงผู้ตายภายหลังนั้น จำเลยที่ 1-2 อาจไม่รู้เห็นด้วยก็ได้ จำเลยที่ 3 ควรมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาคนเดียวส่วนจำเลยที่ 1-2 ควรมีผิดแต่เพียงเท่าที่ตนกระทำแต่ละคน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายนายสละ พึ่งเก็บ โดยเจตนาจะฆ่าให้ตาย นายสละได้ถึงแก่ความตายด้วยพิษบาดแผล ขอให้ลงโทษ
จำเลยทุกคนปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เชื่อพยานโจทก์ ฟังว่าจำเลยทั้ง ๓ กลุ้มรุมทำร้ายนายสละ ถึงแก่ความตายจริง พิพากษาว่าจำเลยผิดตามมาตรา ๒๔๙ จำคุกคนละ ๑๕ ปี
จำเลยทั้ง ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาเชื่อคำพยานโจทก์ว่าจำเลยทั้ง ๓ ได้ทำร้ายผู้ตายจริง แต่เห็นว่ากรณีเรื่องนี้เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ตายเมาสุราอาละวาดพูดจากท้ายทายใครต่อใครอันเป็นการก่อนกวนโทษะแก่ บุคคลทุกคนที่อยู่ในที่นั้นจำเลยทั้ง ๓ นี้นอกจากมีส่วนเป็นเจ้าของงานแล้ว ก็ไม่มีสาเหตุอะไรกับผู้ตายมาก่อนดังนั้นการที่จำเลยทั้ง ๓ ทำร้ายผู้ตายไปจะฟังว่าเป็นการสมคบกันฆ่าผู้ตายยังไม่ถนัด กล่าวคือในการทำร้ายนี้ ได้ความว่านายหวัดจำเลยใช้ไม้ตีผู้ตายก่อน แล้วนายเปิ๊ดจำเลยใช้มีดฟันผู้ตาย ต่อไปนายชิตจึงเข้ามาใช้มีดเข้าแทงผู้ตายถูกที่หน้าท้อง ถึงกับไส้ทะลักออก ปรากฎตามใบชัณสูตรว่าผู้ตายได้ตายเพราะแผลที่ถูกแทงนี้ ประกอบกับผู้ตายได้ขายใจตายในเวลาอันใกล้ง พอฟังได้ว่านายชิตมีเจตนาฆ่าให้ตาย แต่ส่วนนายหวัดจำเลยที่ใช้ไม้ตีผู้ตายก็ดี และที่นายเปิ๊ดจำเลยฟันผู้ตายก็ดี ไม่ปรากฎว่าทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย การที่นายชิตเข้ามาและใช้มีดแทงผู้ตายภายหลังนั้น ตามรูปคดีและเหตุผลดังกล่าวนายหวัดนายเปิ๊ดอาจไม่รู้เห็นด้วยก็ได้ จึงควรฟังให้เป็นประโยชน์แก่นายหวัดนายเปิ๊ดว่าจำเลยทั้งสองยังไม่ควรมีผิดฐานฆ่าคนตายด้วย คงผิดแต่เพียงเท่าที่แต่ละคนกระทำ
จึงพิพากษาแก้ว่านายหวัดจำเลยผิดตามมาตรา ๓๓๘(๓), จำคุก ๑ เดือน นายเปิ๊ดจำเลยผิดตามมาตรา ๒๕๔ ให้จำคุก ๒ ปี นอกนั้นคงยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2493
อัยการปทุมธานี โจทก์
นายหวัด นายชิต นายเปิ๊ด ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการปทุมธานี · ล. - นายหวัด นายชิต นายเปิ๊ด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลปทุมธานี - นายเทียบ นองบุนนาก · ศาลอุทธรณ์ - นายไชยเจริญ สันตศิริ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา