คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คณะกรรมการควบคุมค่าเช่ามีมติให้ความยินยอมแก่ผู้เช่าเข้าอยู่อาศัยในเคหะสถาน โดยมีเงื่อนไขว่าผู้เช่าจะต้องจัดการให้ผู้เช่าเดิมเข้าไปอยู่ในเคหะสถานของผู้เช่าเดิม และผู้เช่าได้ให้คำมั่นว่าจะจัดการให้เช่นนั้นแล้ว ถือว่าผู้เช่ามีสิทธิเข้าอยู่อาศัยได้ตามมตินั้น
ย่อคำพิพากษา
มติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่ามีว่า "คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านมีความจำเป็นจะต้องเข้าอยู่อาศัยกับทั้งท่านได้ให้คำมั่นว่าจะจัดการให้ผู้เช่าได้เข้าไปอยู่ในเคหะที่บิดามารดาของท่านเช่าอยู่ในปัจจุบันนี้ จึงลงมติให้ความยินยอมแก่ท่านในอันที่จะเข้าอยู่อาศัยในตึกแถวเลขที่ 60-61 ได้ตามขอ" และยังปรากฎในรายงานพิจารณาของศาลอีกว่าโจทก์ได้ยินยอให้จำเลยผู้เช่าอยู่ในบ้านบิดามารดา หากจำเลยไม่ยอมเข้าอยู่เองโดยอ้างว่าจะต้องอยู่ในฐานะเช่าไม่ใช่ฐานะอาศัย ซึ่งโจทก์ได้แถลงต่อไปว่า จะให้เช่าไม่ได้เพราะโจทก์และบิดามารดาไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิสถานที่และโจทก์จะไม่ขับไล่จำเลยเป็นอันขาด เช่นนั้น จะถือว่าโจทก์ปฏิบัติผิดคำสั่งคณะกรรมการมิได้ฉะนั้นโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่าที่กล่าวแล้วได้
จำเลยให้การข้อหนึ่งว่าคำสั่งคณะกรรมการจะควบองค์ประชุมตาม ก.ม.หรือไม่ จำเลยไม่ทราบนั้น ถือว่าเป็นคำสั่งให้การเคลือบคลุม เพราะมิได้แสดงให้ชัดแจ้งชัดว่าจะรับหรือปฏิเสธฉะนั้นศาลจึงไม่ยอมให้จำเลยนำสืบได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเช่าตึกของโจทก์อยู่อาศัยโจทก์ต้องการอยู่เอง คณะอนุกรรมการควบคุมค่าเช่าส่วนท้องถิ่นได้ให้ความยินยอมแล้ว โจทก์ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย ให้จำเลยและบริวารออกจากตึกไปในกำหนด ๑ เดือน แต่จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ศาลบังคับ
จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อคณะอนุกรรมการฯว่า โจทก์มีความจำเป็นจะต้องเข้าอยู่เองโดยให้คำมั่นมีเงื่อนไขว่า โจทก์จะจัดให้จำเลยเข้าอยู่ในเคหะที่บิดามารดาโจทก์อยู่ในปัจจุบันนี้ได้ ซึ่งทำให้คณะอนุกรรมการฯ ลงมติให้ความยินยอมแก่โจทก์ อีกประการหนึ่งคำสั่งของคณะกรรมการจะครบองค์ประชุมตาม ก.ม.หรือไม่ จำเลยไม่ทราบ
ในการชี้สองสถาน โจทก์ยืนยันว่าโจทก์พร้อมเสมอในการที่จะจัดให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยในห้องที่บิดามารดาโจทก์อยู่ในบัดนี้ แต่จำเลยเกี่ยงจะอยู่โดยฐานะที่จำเลยเป็นผู้เช่า มิใช่ผู้อาศัย ซึ่งฝ่ายโจทก์รับรองไม่ได้ เพราะโจทก์ไม่ใช่เจ้าของสถานที่ เมื่อเป็นดังนี้จำเลยแถลงว่าโจทก์ปฏิบัติตามคำมั่นไม่ได้ เพราะคำมั่นบ่งชัดให้จำเลยเข้าอยู่อย่างไม่อาศัย
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาขับไล่จำเลยตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯว่า "คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ท่านมีความจำเป็นจะต้องเข้าอยู่อาศัย กับทั้งท่านได้ให้คำมั่นว่าจะจัดให้ผู้เช่าได้เข้าไปอยู่ในเคหะที่บิดามารดาของท่านเช่าอยู่ในปัจจุบันนี้ จึงลงมติให้ความยินยอมแก่ท่านในอันที่จะเข้าอยู่อาศัยในตึกแถวเลขที่ ๖๐-๖๑ ได้ตามขอ" และในรายงานพิจารณาก็ปรากฎว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยเข้าอยู่ในบ้านบิดามารดาหาจำเลยไม่ยอมเข้าอยู่เอง โดยอ้างว่าจะต้องอยู่ในฐานะเช่า มิได้อยู่ในฐานะอาศัย และโจทก์แถลงต่อไป+ให้เช่าไม่ได้ เพราะโจทก์และบิดามารดาไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ และโจทก์จะไม่ขับไล่จำเลยเป็นอันขาดเช่นนี้ จะถือว่าโจทก์ปฏิบัติผิดคำสั่งคณะกรรมการมิได้
ส่วนข้อที่จำเลยขอสืบตามคำให้การที่ว่า คำสั่งคณะกรรมการจะครบองค์ประชุมตามกฎหมายหรือไม่จำเลยไม่ทราบนั้น ศาลล่างไม่ยอมให้สืบก็ชอบแล้ว เพราะเป็นคำให้การเคลือบคลุม มิได้แสดงให้แจ้งชัดว่าจะรับหรือปฏิเสธ
เหตุนี้ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2494
นางสาววรานี แซ่อุ่ย หรือ เกษร สมบูรณ์ โจทก์
นางฮุยเฮียง หรือฮุยเฮ้ง แซ่เต็ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาววรานี แซ่อุ่ย หรือ เกษร สมบูรณ์ · จำเลย - นางฮุยเฮียง หรือฮุยเฮ้ง แซ่เต็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสอาด สุจริตพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒินัยเนติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา