⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 725/2495

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2495

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองจากทรัพย์สินที่จำนองเต็มจำนวน แม้ลูกหนี้จะล้มละลายก็ตาม โดยไม่ถูกจำกัดด้วยมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยต้องคำพิพากษาให้ล้มลัลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกผู้รับจำนองที่ดินของจำเลย ไปชี้แจ้งเกี่ยวแก่การรับจำนอง ผู้รับจำนองแถลงขอรับต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มตามสัญญาจำนองเท่านั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงให้โจทก์นำยึดที่แปลงนั้นขายทอดตลาด โดยกำหนดราคาคั่นต่ำเท่าต้นเงินและดอกเบี้ย ถึงวันขายทอดตลาด การขายได้เงินท่วมต้นเงินและดอกเบี้ย เช่นนี้ จะยกมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย ซึ่งบัญญัติว่า "ดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการออื่นแทนดอกเบี้ยภายหลังวันที่ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้" มาปรับมิได้ เพราะมิใช่เป็นเรื่องที่ผู้รับจำนองขอรับชำระหนี้ หากเป็นเรื่องที่ผู้รับจำนองขอเอาบุริมสิทธิในทรัพย์ที่รับจำนองไว้ไม่เกินกว่าหนี้ที่รับจำนองเท่านั้น ถ้าขายไม่ได้ถึงราคาทรัพย์จำนอง ก็ตกเป็นพับแก่ผู้รับจำนองไป ฉะนั้นต้องคิดดอกเบี้ยให้ผู้รับจำนองจนกึงวันขายทอดตลาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีได้ความว่า ศาลพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย แต่ก่อนล้มละลายจำเลยได้จำนองที่ดินไว้แก่ผู้ร้อง ๆ ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอให้เอาทรัพย์สินที่จำนองออกขายทอดตลาด โดยผู้ร้องขอให้กำหนดราคาคั่นต่ำ เท่ากับเงินจำนองกับดอกเบี้ยค้างชำระถึงวันขายทอดตลาดแล้ว ได้เงิน ๗๔,๙๐๐ บาท ซึ่งในเงินจำนวนนี้เป็นต้นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาบท ดอกเบี้ยค้างชำระถึงวันขายทอดตลาด ๑๐,๘๑๒.๕๐ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งจ่ายต้นเงินและดอกเบี้ยให้ผู้ร้อง แต่ที่คิดดอกเบี้ยให้เพียงวันที่ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ส่วนดอกเบี้ยต่อจากนั้นจนถึงวันขายทอดตลาดเป็นเงิน ๓๕๗๕ บาท เจ้าพนักงานไม่ยอมจ่าย ผู้ร้องจึงร้องคัดค้านเพื่อให้ศาลสั่งจ่ายดอกเบี้ยตอนนี้ให้แก่ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ แถลงแก้ว่าตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๐ ระบุไว้ชัดแจ้งว่าดอกเบี้ยหรือเงินค่าป่วยการ อื่นแทนดอกเบี้ย ภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้น ไม่ให้ถือว่าเป็นหนี้ที่จะขอรับชำระได้จึงไม่ยอมจ่ายดอกเบี้ยตอนนี้ให้ ศาลแพ่งยกคำร้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จ่ายดอกเบี้ย ๒๕๗๕ บาทแก่ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยต้องคำพิพากษาให้ล้มละลายแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เรียกผู้ร้องไปชี้แจงเกี่ยวแก่การรับจำนอง ผู้ร้องแถลงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอรับต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มตามสัญญาจำนองเท่านั้น เจ้าพนักงานจึงให้โจทก์นำยึดขายทอดตลาด โดยกำหนดราคาคั่นต่ำเท่าต้นเงินและดอกเบี้ย ถึงวันขายทอดตลาด การขายได้เงินท่วมต้นและดอกเบี้ยเช่นนี้ จะยอมมาตรา ๑๐๐ แห่ง พ.ร.บ.ล้มละลาย มาปรับมิได้ เพราะมิใช่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ หากเป็นเรื่องที่ผู้ร้องขอเอาบุริมสิทธิในทรัพย์ที่รับจำนองไว้ไม่เกินกว่าหนี้ที่รับจำนองเท่านั้น ถ้าขายได้ไม่ถึงราคาทรัพย์จำนองไว้ไม่เกินกว่าหนี้ที่รับจำนองเท่านั้น ถ้าขายได้ไม่ถึงราคาทรัพย์จำนองก็ตกเป็นพับแก่ผู้ร้องไป จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 725/2495 นายอุดม หงสะเดช โจทก์ น.ส. เอื้อน วัฒนจัง ที่ 1, น.ส.ปรุงจิต วัฒนจัง จำเลย พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ารานนท์ธวัช โดย ม.จ.วิสิษฐ์สวัสดิ์รักษ์ สวัสดิวัฒน ผู้รับมอบอำนาจ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดม หงสะเดช · จำเลย - น.ส. เอื้อน วัฒนจัง ที่ 1, น.ส.ปรุงจิต วัฒนจัง · สวัสดิวัฒน - พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ารานนท์ธวัช โดย ม.จ.วิสิษฐ์สวัสดิ์รักษ์ · ผู้ร้อง - ผู้รับมอบอำนาจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา · นิติธรรมประกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - หลวงศิริศาสตร์ประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนต์นฤนาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา