⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1825/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1825/2497

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยกับพวกตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีผู้คอยคุมเชิง ถือเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ และหากมีการใช้อาวุธข่มขู่จนทรัพย์สินตกหล่นแล้วผู้กระทำได้เอาไป ถือเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์สำเร็จ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งเข้าทำการชิงทรัพย์นอกจากนี้แล้วยังมีพรรคพวก ซึ่งมาด้วยกันแล้วหลบหนีไปด้วยกันอีก บรรดาพรรคพวกนั้นยืนคุมเชิงอยู่ในลักษณะเตรียมร่วมมือด้วยนับได้ว่าจำเลยได้สมคบกับพวกมีจำนวนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป จึงเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ พวกของจำเลยคนหนึ่งเข้าไปขอเงินเจ้าทรัพย์ ๆ ให้น้อย พวกจำเลยจึงหยิบเงินเอาเอง พวกเจ้าทรัพย์เข้าแย่งเงินหล่นลงที่พื้น จำเลยง้างมีดทำท่าจะแทงถือได้ว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์สำเร็จแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.60 กฎหมายลักษณะอาญา ม.63 กฎหมายลักษณะอาญา ม.301 ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.63 ประมวลกฎหมายอาญา ม.301

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกับพวกอีก ๔ คนมีมีดเป็นสาศราวุธทำการปล้นทรัพย์ธนบัตร ๘๕ บาทของนายกิมซุน ซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาของนายกิมจิวไปโดยจำเลยใช้มีดขู่จะทำร้าย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์ ตาม ก.ม.อาญา ม.๓๐๑,๖๐ และพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.อาญา พ.ศ. ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๔) ม.๗ ให้จำคุก ๖ ปี ๘ เดือน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิด ก.ม.อาญา ม.๓๐๑ และพ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ก.ม.อาญา พ.ศ.๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๔) ม.๗ จำคุก ๑๐ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันเกิดเหตุจำเลยกับพวกรวม ๕ คนได้ไปที่ร้านฝิ่นที่เกิดเหตุจำเลยกับพวกอีก ๒ คนเข้าไปในร้าน คนหนึ่งได้พูดขอเงินนายกิมจิว ๑๐๐ บาท นายกิมจิวให้ ๒๐ บาท คนนั้นได้ทิ้งเงิน ๒๐ บาทเสียหยิบธนบัตรที่บนโต๊ะไป ๖๕ บาท พวกเจ้าทรัพย์เข้าแบ่งเงินหล่นจากมือจำเลยซึ่งยืนอยู่ข้างหลังพวกของจำเลยคนนั้นได้ง้างมีดปลายแหลมทำท่าจะแทงพวกเจ้าทรัพย์จับจำเลยได้ ส่วนพวกจำเลยอีก ๔ คนก็พากันหนีไป ขณะเกิดเหตุนั้นพวกจำเลยอีก ๒ คนยืนอยู่ที่ประตูหน้าร้านฝิ่น เห็นว่าพวกจำเลยมาด้วยกันหนีไปด้วยกัน ขณะเกิดเหตุพรรคพวกจำเลยได้ยืนคุมเชิงในลักษณะเตรียมและร่วมมือในการนั้นด้วย เมื่อมีจำนวนพรรคพวกตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป จึงเป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1825/2497 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลทหารเรือ สำเริง ศรีสุมล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลทหารเรือ สำเริง ศรีสุมล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเป้า สังขวาสี · ศาลอุทธรณ์ - หลวงศิริศาสตร์ประสิทธิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1867/2553ฎีกา 797/2467ฎีกา 643/2469ฎีกา 756/2483ฎีกา 1266/2500ฎีกา 244/2466ฎีกา 865/2472ฎีกา 778/2466ฎีกา 1048/2464ฎีกา 4521/2539ฎีกา 744/2483ฎีกา 445/2468ฎีกา 253/2468ฎีกา 1143-1145/2467ฎีกา 463/2479ฎีกา 1030/2467ฎีกา 248/2479ฎีกา 709/2483ฎีกา 842-843/2466ฎีกา 523/2483ฎีกา 1485/2493ฎีกา 265/2480ฎีกา 681/2491ฎีกา 597/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา