คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานทำร้ายร่างกายผู้ต้องหาที่ถูกจับ แม้ผู้ต้องหานั้นจะเป็นผู้กระทำความผิดจริง ก็ยังคงเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย เว้นแต่การกระทำนั้นจะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ตำรวจจับราษฎรฐานมีสุราเถื่อน แล้วได้ทำร้ายราษฎรผู้นั้นมีบาดเจ็บอีก ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าราษฎรผู้นั้นเป็นเจ้าของสุราเถื่อนที่ถูกจับนั้น จริงก็จะฟ้องตำรวจผู้นั้นได้เพียงฐานทำร้ายร่างกายเท่านั้น การกระทำของตำรวจผู้จับยังไม่เข้าลักษณะเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 145,
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.145
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๔๕,๒๕๖, ( ๘ )
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งว่า คดีโจทก์มีมูลเฉพาะข้อหาฐานทำร้ายร่างกายกะทงเดียว ส่วนข้อหาว่าจำเลยใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตนั้นคดียังไม่มีมูล จึงสั่งประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาเฉพาะข้อหาฐานทำร้ายร่างกาย
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยจับโจทก์ก็เพราะโจทก์มีสุราเถื่อน ซึ่งโจทก์ได้รับต่อพนักงานสอบสวนแล้วว่า สุราที่จำเลยจับได้เป็นของโจทก์ การจับกุมโจทก์จึงเป็นการที่จำเลยกระทำตามหน้าที่ไปโดยชอบแล้วไม่ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยคิดร้ายต่อโจทก์ หากเมื่อจับแล้ว จำเลยได้ทำร้ายโจทก์มีบาดเจ็บก็เป็นเรื่องที่จะว่ากล่าวกันในทางทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่เรื่องเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญมาตรา ๑๔๕
จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 291/2497
นายหลง พากเพียร โจทก์
นายสิบตำรวจตรี สนิท ศรีมณี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหลง พากเพียร · จำเลย - นายสิบตำรวจตรี สนิท ศรีมณี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · ประศาสน์วินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชิตเนตินัย. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา