คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2498
ย่อคำพิพากษา
จำเลยหลบหนีเรือนจำไปโดยยังไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อมากว่า 10 ปี แล้ว จึงจับจำเลยได้ ปรากฎว่าสำนวนทำลายเสียหมด คงเหลือแต่ฟ้องและคำพิพากษาเท่านั้น ไม่อาจวินิ่จฉัยข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นตั้นสืบพะยานโจทก์จำเลยใหม่เพื่อศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยไปก็ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกับพวกปล้นทรัพย์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามฟ้อง ลงโทษจำคุกจำเลยทุกคน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่นายทองแดง และนายคำจำเลยหลบหนีเรือนจำไปเสียก่อนได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
บัดนี้จับนายทองแดงได้ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้นายทองแดงฟังแล้ว นายทองแดงฎีกาและเถียงว่ามิใช่คน ๆ เดียวกับนายทองแดงจำเลยที่หลบหนีไปจากเรือนจำ
ศาลฎีกาเห็นว่า พะยานหลักฐานในคดีนี้ศาลชั้นต้นได้ทำลายเสียหมดแล้ว เพราะเป็นสำนวนที่มีอายุเกิน ๑๐ ปี คงเหลือแต่ฟ้องและคำพิพากษา ไม่อาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ จึงมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพะยานโจทก์จำเลยใหม่แล้วส่งสำนวนคืนมาเพื่อศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยต่อไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2498
อัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์
นายพันเรือเหลื่อม กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดหนองคาย · จำเลย - นายพันเรือเหลื่อม กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประศาสน์วินิจฉัย · มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสุจิณ เมฆวิชัย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชิตเนตินัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา