มาตรานี้แก้ปัญหาสำนวนความสูญหายหรือบุบสลาย โดยถ้ารายงาน คำพิพากษา คำสั่ง หรือเอกสารอื่นใดที่รวมไว้ในสำนวนความซึ่งยังอยู่ในระหว่างพิจารณาหรือรอการบังคับของศาลสูญหายไปหรือบุบสลายทั้งหมดหรือบางส่วน จนเป็นการขัดข้องต่อการชี้ขาดตัดสินหรือบังคับคดี เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้อง ให้ศาลสั่งคู่ความหรือบุคคลผู้ถือเอกสารนั้นนำสำเนาที่รับรองถูกต้องมาส่งต่อศาล และถ้าหาสำเนาไม่ได้ ให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ หรือมีคำสั่งอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
📎 ที่มาตัวบท (ทางการ): สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
💬 ถาม AI เกี่ยวกับมาตรา 53 หรือเล่าเหตุการณ์ของคุณพบ 4 คดีที่อ้างถึงมาตรานี้ (พ.ศ. 2485–2537) — แสดงคำพิพากษาที่มีคำวินิจฉัยครบถ้วนที่สุด (ย่อโดย AI ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย)
ฎีกาที่ 193/2537 🤖 ย่อโดย AIการที่เอกสารในสำนวนคดีอื่นซึ่งศาลสั่งให้รวมไว้ยังไม่ได้นำมาผูกรวม มิใช่กรณีเอกสารสูญหายหรือบุบสลาย และหากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีเสร็จสิ้นแล้ว จะไม่ถือเป็นเหต…ฎีกาที่ 2564/2524 🤖 ย่อโดย AIหากคำเบิกความของจำเลยสูญหาย แต่คำพิพากษาศาลชั้นต้นได้บันทึกเนื้อหาคำเบิกความนั้นไว้แล้ว ศาลไม่จำต้องเรียกจำเลยมาเบิกความใหม่…ฎีกาที่ 828/2485 🤖 ย่อโดย AIศาลสูงมีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ได้ หากศาลชั้นต้นมิได้วินิจฉัยคำร้องที่ยื่นโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนมีคำพิพากษา.…ฎีกาที่ 178/2498 🤖 ย่อโดย AIหากสำนวนคดีถูกทำลายจนไม่อาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยใหม่เพื่อวินิจฉัยต่อไปได้…ศาลสั่งให้คู่ความหรือผู้ถือเอกสารนำสำเนาที่รับรองถูกต้องมาส่งต่อศาล
ให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ หรือมีคำสั่งอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ศาลเมื่อเห็นสมควร หรือคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง
↑ ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งทั้งหมด
🗓️ ปรับปรุงข้อมูลตัวบทล่าสุด: 2026-07-26