⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 812/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2498

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝากหรือขอทำลายนิติกรรมการขายฝาก เป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์ที่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝากก็ดีหรือการฟ้องขอทำลายนิติกรรมการขายฝากก็ดี เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์จะเรียก+ทรัพย์กลับคืนมาเช่นเดียวกันไม่ ต่างกัน จึงเป็นคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ โจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง อ้างฎีกาที่ 1196/91,1385/93

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์ว่าที่ดินโฉนดที่ ๒๐๗๗ จังหวัดธนบุรี เป็นสินบริคณฑ์ ระหว่างโจทก์กับนางบุญเลี่ยงภริยา นางบุญเลี่ยงเอาไปขายฝากแก่นายนิ่ม ๒๕,๐๐๐ บาท โดยมิได้รับอนุญาตจากโจทก์ และโจทก์มิได้รู้เห็น โจทก์มีหนังสือบอกล้างนิติกรรมนี้ ไปยังนายนิ่มแล้วต่อมานายนิ่มตาย จำเลยเป็นผู้รับมรดกไม่ยอมนำสัญญาไปจดทะเบียนเพิกถอนการขายฝาก จึงขอให้ศาลพิพากษาว่านิติกรรมรายนี้เป็นโมฆะและเพิกถอนทำลายเสีย จำเลยต่อสู้หลายประการ ศาลแขวงธนบุรีพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการขายฝากกรรมสิทธิในทรัพย์ย่อมตกไปยังผู้ซื้อ เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้แสดงว่าสัญญาขายฝากที่นางบุญเลี่ยงทำไว้เป็นโมฆะและให้เพิกถอนก็เท่ากับโจทก์ฟ้องเรียกกรรมสิทธิคืนมา จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ตามฟ้องคดีนี้มีทุนทรัพย์ ๒๕,๐๐๐ บาท เกินอำนาจศาลแขวง พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลแขวงธนบุรีเสีย ให้คืนฟ้องให้โจทก์เพื่อยื่นต่อศาลที่มีเขตอานาจ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาขายฝากรายนี้ กรรมสิทธิในทรัพย์ที่ขายฝากย่อมตกไปยังผู้ซื้อแล้ว การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนทำลายนิติกรรมการขายฝากรายนี้ก็เท่ากับเป็นการเรียกกรรมสิทธิที่ดินให้กลับคืนมาเป็นสินบริคณฑ์ระหว่างโจทก์กับภริยาดังเดิม จึงเป็นคดีที่พิพาทกันในเรื่องทรัพย์ซึ่งกำหนดลงเป็นราคาเงินได้ดังคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๙๖/๒๔๙๓ และที่ ๑๓๓๕/๒๔๙๓ ข้อที่โจทก์อ้างว่าคำพิพากษาฎีกาทั้งสองนี้ เป็นเรื่องฟ้องขอไถ่เมื่อพ้นกำหนดในสัญญาขายฝากแล้วไม่เหมือนกับเรื่องนี้นั้นเห็นว่าการฟ้องขอไถ่เมื่อพ้นกำหนดก็ดีหรือการฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมเช่นเรื่องนี้ก็ดีเป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์จะเรียกที่ดินกลับคืนมาเช่นเดียวกัน คดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าทำสัญญาขายฝากเงิน ๒๕,๐๐๐ บาท ราคาทรัพย์ที่พิพาทจึงมีทุนทรัพย์ ๒๕,๐๐๐ บาท ข้อนี้จะถูกหรือไม่ ไม่มีฝ่ายใดโต้เถียงขึ้นมา ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2498 ร.อ.อุ่น วัฒนวิบูลย์ โจทก์ นางทรัพย์ สำเนียงพิณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร.อ.อุ่น วัฒนวิบูลย์ · จำเลย - นางทรัพย์ สำเนียงพิณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · มนูเวทย์วิมลนาท · มนูเวทย์วิมลนาท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นายสมบูรณ์ ภิบาลกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงศิริศาสตร์ประสิทธิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3133/2538ฎีกา 789/2521ฎีกา 1047/2546ฎีกา 176/2530ฎีกา 4526/2536ฎีกา 3248/2525ฎีกา 2528/2544ฎีกา 2883/2528ฎีกา 7158/2538ฎีกา 283/2538ฎีกา 388-389/2511ฎีกา 1058/2545ฎีกา 1027/2513ฎีกา 6809/2541ฎีกา 4550/2540ฎีกา 1917/2551ฎีกา 2467/2526ฎีกา 600/2492ฎีกา 4039/2542ฎีกา 1398/2493ฎีกา 420/2501ฎีกา 292/2502ฎีกา 6343/2551ฎีกา 7956/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา