คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและสัญญาแบ่งปันมรดก เป็นคดีมุ่งให้ได้ทรัพย์พิพาทคืนมาเป็นทรัพย์มรดก จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์
* คำสั่งไม่รับฟ้องของศาลชั้นต้นที่ไม่ได้หมายเรียกจำเลยมาแก้คดี เป็นคำสั่งที่จำเลยมีสิทธิฎีกาได้
ย่อคำพิพากษา
กรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและสัญญาแบ่งปันมรดก เป็นการฟ้องเรียกร้องให้ได้ทรัพย์พิพาทคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ผู้เป็นทายาท จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ (อ้างฎีกาที่ 2180/2517)
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องของโจทก์โดยไม่ได้หมายเรียกจำเลยมาแก้คดี ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นรับฟ้อง จำเลยฎีกาได้ (อ้างฎีกาที่ 474/2503)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายเกียรติสามีโจทก์ได้จดทะเบียนรับบุตรจำเลยมาเป็นบุตรบุญธรรม ๑ คน ขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่ สามีโจทก์ถึงแก่กรรม ศาลได้มีคำสั่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายเกียรติตามคำร้องของโจทก์แล้ว หลังจากนั้นจำเลยกับพวกได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและสัญญาแบ่งปันมรดกกับโจทก์เกี่ยวกับทรัพย์มรดกของนายเกียรติรวม ๒ ครั้ง ต่อมาศาลจังหวัดตะกั่วป่ามีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยทำสัญญาแบ่งปันมรดก ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๗/๒๕๑๐ จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบทรัพย์สินบางอย่างแก่โจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลย ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๔๗/๒๕๑๕ ของศาลจังหวัดภูเก็ต การแบ่งทรัพย์มรดกของนายเกียรติทำไปไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวเกิดขึ้นโดยการฉ้อฉลของจำเลยกับพวก คำสั่งของศาลที่อนุญาตให้แบ่งทรัพย์มรดก ทำให้โจทก์เสียเปรียบและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความฉบับลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๐ และสัญญาแบ่งปันมรดกฉบับลงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๑๐ และคำสั่งศาลที่อนุญาตให้แบ่งปันนั้นเสียมิให้ใช้ต่อไป
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีของโจทก์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีมีทุนทรัพย์ หากโจทก์ไม่ยอมเสียก็ไม่รับคำคู่ความนี้
โจทก์แถลงยืนยันว่าคดีของโจทก์เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามคำสั่งศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีของโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการพิจารณาต่อไป
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและสัญญาแบ่งปันมรดกนี้ เป็นการฟ้องเรียกร้องให้ได้ทรัพย์พิพาทคืนมาเป็นทรัพย์มรดกเพื่อประโยชน์แก่โจทก์ผู้เป็นทายาท จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๑๘๐/๒๕๑๗ และแม้ศาลชั้นต้นจะได้สั่งไม่รับฟ้องของโจทก์โดยยังไม่ได้หมายเรียกจำเลยให้มาแก้คดีก็ตาม แต่ศาลอุทธรณ์ก็ได้มีคำพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๗ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๗๔/๒๕๐๓
พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 420/2519
นายสอเพ็ก กุลวานิช โจทก์
นายลิบ กุลวานิช ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสอเพ็ก กุลวานิช · ล. - นายลิบ กุลวานิช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตะกั่วป่า · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา