⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1544/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1544/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปทำสัญญาขายฝากทรัพย์สินเพื่อเป็นประกันหนี้ ไม่ถือเป็นสัญญาค้ำประกันที่จะบังคับผู้มอบอำนาจได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน เพื่อให้มั่นคงยิ่งขึ้นโจทก์ให้จำเลยที่ 3 ค้ำประกันหนี้รายนี้ด้วย โดยโจทก์จำเลยที่ 3 มุ่งเอาสัญญาขายฝากบ้านเรือนของจำเลยที่ 3 เป็นสัญญาค้ำประกันหนี้รายนี้ จำเลยที่ 3 จึงทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้จะไปทำสัญญาขายฝากอีกทีหนึ่ง และได้มอบหนังสือมอบอำนาจนี้กับเอกสารสำหรับบ้านเรือนของจำเลยที่ 3 ที่จะขายฝากไว้กับโจทก์ เพียงเท่านี้หาใช่สัญญาค้ำประกันที่จะบังคับจำเลยที่ 3 ตามที่โจทก์ฎีกาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ทำหนังสือกู้เงินโจทก์ไป ๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันเงินกู้นั้น จำเลยที่ ๓ ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ไปทำนิติกรรมขายฝากบ้านเรือนที่จำเลยอาศัยเป็นประกันเงินกู้นั้นอีกชั้นหนึ่ง บัดนี้จำเลยทั้ง ๓ ผิดนัด จึงขอให้บังคับจำเลยทั้ง ๓ ใช้ต้นเงินดอกเบี้ยรวม ๑๖,๕๖๐ บาท ๘๐ สตางค์ให้โจทก์และใช้ดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยที่ ๑ ให้การรับว่าได้กู้เงินโจทก์ไปตามฟ้องจริงแต่การค้าไม่ดี ขอผ่อนชำระ จำเลยที่ ๒ ให้การภาคเสธรับว่าได้เซ็นสัญญารับประกันเงินกู้รายนี้จริง แต่จำเลยที่ ๒ เป็นหญิงมีสามีโจทก์ก็ทราบ และสามีจำเลยที่ ๒ มิได้ให้ความยินยอมด้วย สัญญาค้ำประกันจึงเป็นโมฆะ จำเลยที่ ๓ ให้การภาคเสธต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๒ ยังมิได้ไปทำหนังสือสัญญาขายฝากตามหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยที่ ๓ มอบให้โจทก์ยึดถือไว้ จำเลยที่ ๓ จึงไม่ต้องรับผิดชอบ ศาลแพ่งสอบถามข้อความบางประการ แล้วโจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ต้นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันทำสัญญากู้ยืมไปจนชำระเสร็จ ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ใช้ก็ให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทน คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๓ นั้นศาลแพ่งเห็นว่าจำเลยที่ ๓ เป็นแต่ตั้งใจขายฝากบ้านเรือนเพื่อประกันหนี้เท่านั้น จำเลยที่ ๓ ยังมิได้เข้าไปผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ ในเมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้โจทก์ เมื่อยังไม่มีการทำสัญญาขายฝากเพื่อประกันหนี้ตามหนังสือมอบอำนาจแล้ว จะให้จำเลยที่ ๓ ต้องรับผิดในหนี้รายนี้ด้วยหาได้ไม่ ศาลแพ่งพิพากษาให้ยกฟ้องเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ เสีย โจทก์อุทธรณ์ว่า คดีคงถือได้ว่าจำเลยที่ ๓ ได้ทำสัญญาค้ำประกันให้โจทก์ตามกฎหมายแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๓ เพียงแต่ทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๒ ไปทำสัญญาขายฝากบ้านเรือนเพื่อเป็นประกันเงินกู้อีกชั้นหนึ่งเท่านั้น และยังมิได้ทำสัญญาขายฝากกันตามใบมอบอำนาจ จะฟังว่าจำเลยที่ ๓ เข้าผูกพันเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้รายนี้ด้วยยังไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์ดั่งกล่าวย่อมเห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยที่ ๓ มุ่งเอาการขายฝากบ้านเรือนนั้นเองเป็นสัญญาค้ำประกันหนี้รายนี้ โดยจำเลยที่ ๓ ได้ทำหนังสือมอบอำนาจและมอบเอกสารสำหรับบ้านเรือนที่จะขายฝากให้ไว้ ก็เป็นเพียงจำเลยที่ ๓ แสดงเจตนาที่จะทำสัญญาค้ำประกันให้โจทก์เท่านั้น ดังนี้หาใช่เป็นตัวสัญญาค้ำประกันดังที่โจทก์ฎีกาไม่ คดีไม่มีทางที่โจทก์จะขนะจำเลยที่ ๓ ได้ พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1544/2500 นายอุดม ผันศรีผ่อง โจทก์ น.ส. เซาะเจ็ง แซ่ตั้ง ที่ 3 , นางซิ้วเอ็ง แซ่คู ที่ 2, นายโจ้งเกี๊ยก แซ่ตั้ง ที่ 3

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอุดม ผันศรีผ่อง · 3 - น.ส. เซาะเจ็ง แซ่ตั้ง ที่ 3 , นางซิ้วเอ็ง แซ่คู ที่ 2, นายโจ้งเกี๊ยก แซ่ตั้ง ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุทิน เกษคุปต์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2115/2524ฎีกา 552/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 795/2545ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7913/2551ฎีกา 978/2510ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 6683/2545ฎีกา 1808/2512ฎีกา 4610/2534ฎีกา 311/2538ฎีกา 923/2523ฎีกา 156/2513ฎีกา 6555/2538ฎีกา 142/2535ฎีกา 8396/2540ฎีกา 131/2535ฎีกา 710/2499ฎีกา 1309/2511ฎีกา 2105/2535ฎีกา 1381/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา