⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 142/2535

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2535

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
นายจ้างที่ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง และได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายไปแล้ว มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ลูกจ้างและผู้ค้ำประกันได้ภายในอายุความสิบปี.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งละเมิดซึ่งจำเลยที่ 1 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างตามป.พ.พ. มาตรา 425 เมื่อโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายไปแล้วโจทก์ชอบที่จะได้รับการชดใช้จากจำเลยที่ 1 ตามมาตรา 426 และจากจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ตามสัญญาค้ำประกัน เมื่อสิทธิเรียกร้องของโจทก์ดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงมีอายุความสิบปีตาม มาตรา 164.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.426 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์โดยสารประจำทาง จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ในวงเงิน 15,000 บาท จำเลยที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างโดยประมาททำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยจำเลยที่ 1 ขับรถด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้นางธนวรรณ วัฒนบรรยง ผู้โดยสารพลัดตกจากรถถึงแก่ความตายน จำเลยที่ 1 หลบหนีไป โจทก์ได้จ่ายค่าปลงศพ และค่าสินไหมทดแทน เป็นเงิน 140,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายแทนจำเลยที่ 1 ไปแล้ว และโจทก์ได้หักค่าจ้างของจำเลยที่ 1 ชดใช้หนี้บางส่วน จึงเหลือค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระแก่โจทก์ 131,440.29 บาท แต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้ จำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกัน โจทก์ทวงถามจากจำเลยทั้งสองแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 131,440.29 บาทโดยให้จำเลยที่ 2 รับผิดในวงเงิน 15,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลาง พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชอใช้เงินจำนวน131,440.29 บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ในผลแห่งละเมิดซึ่งจำเลยที่ 1 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 เมื่อโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายไปแล้วโจทก์ชอบที่จะได้รับชดใช้จากจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 426 และจากจำเลยที่ 2ผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ตามสัญญาค้ำประกัน สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่จะได้รับชดใช้จากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้เป็นอย่างอื่น จึงมีอายุความสิบปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ซึ่งโจทก์ได้ฟ้องคดีนี้ภายในกำหนดสิบปีนับจากวันที่โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้บุคคลภายนอกคดีของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ผู้ทำละเมิดต่อบุคคลภายนอก และให้จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันการทำงานของจำเลยที่ 1 ชดใช้เงินให้โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 142/2535 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ โจทก์ นาย มา นพ ทิม ทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ · จำเลย - นาย มา นพ ทิม ทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พรชัย สมรรถเวช · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 4300/2543ฎีกา 1127/2505ฎีกา 5268/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 2685/2536ฎีกา 5095/2556ฎีกา 6560/2555ฎีกา 1800/2511ฎีกา 4082/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2501/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 978/2510ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1055/2492ฎีกา 4258/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 2093/2532ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ