คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3912/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้เสียหายมีส่วนประมาทอยู่ด้วย ผู้ต้องรับผิดชอบต้องรับผิดเพียงเท่าส่วนแห่งความประมาทของผู้เสียหายเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
เหตุละเมิดเกิดขึ้นโดยคนขับรถของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายมีส่วนประมาทอยู่ด้วย เมื่อคนขับรถเป็นลูกจ้างของโจทก์ จึงถือว่าเป็นฝ่ายผู้เสียหายตามความหมายของมาตรา 223 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อันทำให้โจทก์ต้องรับผลของการกระทำละเมิดดังกล่าวตามส่วนแห่งความหนักเบาของความประมาทด้วยตามมาตรา 442 ประกอบด้วยมาตรา 223
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ลูกจ้างของจำเลยที่ ๑ ได้ขับรถในทางการที่จ้างโดยประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ซึ่งมีนายชาญเป็นผู้ขับได้รับความเสียหาย จึงขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ และต่อสู้ว่า เหตุรถชนกันเกิดขึ้นเพราะความประมาทของนายชาญคนขับรถโจทก์ หากฟังว่าคนขับรถของจำเลยมีส่วนประมาทอยู่ด้วย ก็มีส่วนประมาทด้วยกัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เหตุรถยนต์ทั้งสองฝ่ายชนกันเป็นเพราะความประมาทของคนขับรถทั้งสองฝ่ายไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายแก่กัน พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เหตุที่รถยนต์ทั้งสองเกิดชนกันเป็นเพราะความประมาทของคนขับรถของจำเลยมากกว่าคนขับรถของโจทก์ แต่โจทก์มิได้มีส่วนร่วมในการประมาทจึงไม่คิดส่วนลดหย่อนค่าเสียหายในความยิ่งหย่อนแห่งความประมาทนั้นให้ พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า คนขับรถของโจทก์มีส่วนประมาทน้อยกว่าคนขับรถของจำเลย และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า สำหรับฎีกาของจำเลยที่ ๒ ข้อสุดท้ายมีว่าโจทก์ทั้งสองควรได้รับผลของการกระทำละเมิดของนายชาญคนขับรถของโจทก์ที่ ๑ ตามส่วนความหนักเบาของความประมาทที่เกิดขึ้น เห็นว่านายชาญเป็นคนขับรถของโจทก์ที่ ๑ ขณะเกิดเหตุโจทก์ที่ ๑ ได้นั่งมาในรถด้วย นายชาญจึงอยู่ในฐานะเป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ ๑ เหตุละเมิดนายชาญก็มีส่วนประมาทอยู่ด้วย ในกรณีเช่นนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๒ ให้นำมาตรา ๒๒๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งมาตรา ๒๒๓ บัญญัติว่า "ถ้าฝ่ายผู้เสียหายได้มีส่วนทำความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไซร้ ท่านว่าหนี้อันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายผู้เสียหายมากน้อยเพียงใดนั้น ต้องอาศัยพฤติการณ์เป็นประมาณ ข้อสำคัญก็คือว่าความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร ฯลฯ" เมื่อนายชาญเป็นลูกจ้างของโจทก์ที่ ๑ จึงถือว่าเป็นฝ่ายผู้เสียหายตามมาตรา ๒๒๓ ดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับกรณีนี้จำเลยที่ ๒ ควรรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเพียง ๒ ใน ๓ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ทั้งสองไม่มีส่วนร่วมในการขับรถโดยประมาทไม่คิดลดส่วนให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วยฎีกาจำเลยที่ ๒ ฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๒ ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๑๗,๓๓๓ บาท ชำระแก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๒๘,๐๐๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3912/2526
นายฮุ๋ยต๋อง แซ่ห่าน กับพวก โจทก์
นายชนะ สิริวัฒนชัย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายฮุ๋ยต๋อง แซ่ห่าน กับพวก · จำเลย - นายชนะ สิริวัฒนชัย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน · พิชัย วุฒิจำนงค์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายศักดิ์ อุตตโม · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา