คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1640/2506
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเว้นการกระทำในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลเสียหาย ถือเป็นการทำละเมิด และนายจ้างต้องรับผิดในผลละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง
ย่อคำพิพากษา
การทำละเมิดนั้น หมายความรวมทั้งการกระทำและการละเว้นในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลเสียหายด้วย ฉะนั้น เมื่อลูกจ้างของจำเลยผู้ดำเนินกิจการรถไฟมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟผ่านข้ามถนนละเลยไม่ปิดแผงกั้นถนนขณะรถไฟผ่าน เป็นเหตุให้รถไฟของจำเลยชนรถยนต์โจทก์เสียหาย ก็ต้องถือว่าเป็นการทำละเมิดในทางการที่จ้าง ซึ่งจำเลยผู้เป็นนายจ้างต้องรับผิดด้วย
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 17/2506)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถจักรไอน้ำของจำเลยที่ ๓ ชนรถยนต์ของโจทก์ เสียหาย ทั้งนี้ โดยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑-๒ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๓ โจทก์เรียกร้องให้จำเลยทั้งสามชำระค่าเสียหายแล้วจำเลยเพิกเฉยเสีย จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าเสียหาย ๒๖,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑-๓ ให้การปฏิเสธส่วนจำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๒-๓ รับผิดร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน ๙,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ย
โจทก์และจำเลยที่ ๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๒-๓ ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๒๖,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยด้วย
จำเลยที่ ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า จำเลยที่ ๓ ผู้ดำเนินกิจการรถไฟมีหน้าที่ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟผ่านข้ามถนน ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.๒๔๖๔ มาตรา ๗๒ และ ๗๓ คดีนี้ ข้อเท็จจริงปรากฎว่า รถจักรของจำเลยที่ ๓ แล่นตามรางผ่านข้ามถนนราชวิถีที่สพานอุภัยฯ ชนรถยนต์ของโจทก์ โดยไม่ปิดแผงกั้นถนน เพราะจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่ในเวลานั้นนอนหลับเสีย ความเสียหายที่เกิดจากรถชนกันนี้ เป็นเพราะจำเลยที่ ๒-๓ ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ปิดแผงกั้นถนนขณะรถไฟผ่านตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟ ฯ ผู้กระทำการฝ่าฝืนบทบังคับของกฎหมายที่ปกป้องอันตรายจนเกิดความเสียหายขึ้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๖ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นผู้ผิด จำเลยที่ ๓ จะเถียงว่า พนักงานของจำเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่นอนหลับเสียไม่เป็นการทำละเมิด และไม่เป็นการกระทำในทางการที่จ้างหาได้ไม่ เพราะการทำละเมิดนั้น หมายความรวมทั้งการกระทำและการละเว้นในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลเสียหายด้วย เมื่อจำเลยที่ ๓ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติการปิดกั้นถนนขณะรถไฟผ่าน ลูกจ้างของจำเลยซึ่งกระทำหน้าที่อยู่ได้ละเลยไม่ปฏิบัติ อันเป็นการทำละเมิดแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นการทำละเมิดในทางการที่จ้าง
พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1640/2506
นายมนตรี ฉางทองคำ โจทก์
นายเริ่ม วงษ์เสนา ที่ 1 นายสี ปานพรหม ที่ 2 การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ 3
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมนตรี ฉางทองคำ · 3 - นายเริ่ม วงษ์เสนา ที่ 1 นายสี ปานพรหม ที่ 2 การรถไฟแห่งประเทศไทยที่ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พจน์ ปุษปาคม · บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประเทือง ชลายม · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอนุสสรนิติสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา