⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5712/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5712/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่นโดยประมาท ถือเป็นการละเมิดที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้าง แม้ลูกจ้างจะกระทำนอกเส้นทางที่เคยปฏิบัติ แต่ยังอยู่ในเวลาทำงานและเพื่อประโยชน์ของนายจ้าง

ย่อคำพิพากษา

ป. ขับรถยนต์บรรทุกซึ่งบรรทุกมันสำปะหลังเต็มคันรถแล่นเข้าไปในถนนของโจทก์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นถนนลาดยางแอสฟัลติคคอนกรีต บางแห่งมีหลุม บางแห่งมีน้ำขังอยู่ ซึ่งน่าจะรู้ว่าหากขับรถแล่นผ่านเข้าไปอาจทำให้ถนนได้รับความเสียหาย เมื่อแล่นเข้าไปเป็นเหตุให้รถติดหล่มเพราะถนนทรุดลง การกระทำของ ป.จึงเป็นการประมาทเป็นเหตุให้ถนนของโจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ การที่ ป. ลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์บรรทุกไปในทางการที่จ้างของจำเลยแม้จะขับออกนอกเส้นทางที่เคยขับ แต่เมื่อยังอยู่ในเวลาทำงานในทางการที่จ้าง ซึ่งหาก ป. ขับรถผ่านไปได้ ย่อมสมความประสงค์ของจำเลย เช่นนี้จำเลยต้องรับผิดร่วมกับ ป. ในผลแห่งการที่ ป. ทำละเมิดต่อโจทก์ด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์บรรทุกมันสำปะหลังมีน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดในทางการที่จ้างของ จำเลยและเข้าไปในถนนซึ่งอยู่ในความดูแลรักษาและรับผิดชอบของโจทก์ เป็นเหตุให้ถนนดังกล่าวเสียหาย ซึ่งจำเลยต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน ๒๐,๒๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า ลูกจ้างของจำเลยขับรถคันเกิดเหตุมีน้ำหนักบรรทุกไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้ขับรถคันนั้นในทางการที่จ้างของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๒๐,๒๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่นายประยงค์ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อซึ่งบรรทุกมันสำปะหลังของจำเลยเต็มคันรถแล่นเข้ามาในถนนของโจทก์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นถนนลาดยางแอสฟัลติคคอนกรีตและบางแห่งมีหลุม บางแห่งมีน้ำขังอยู่ ซึ่งน่าจะรู้ว่าหากรถแล่นเข้าไปอาจทำให้ถนนได้รับความเสียหายได้ และจำเลยไม่ได้สืบหักล้างแต่อย่างใด แม้ถนนดังกล่าวจะไม่มีป้ายห้ามไม่ให้รถยนต์บรรทุกแล่นผ่านก็ตาม เมื่อแล่นเข้ามาเป็นเหตุให้รถติดหล่มไม่สามารถแล่นต่อไปได้ โดยก่อนที่รถจะติดหล่มดังกล่าวได้ความว่าสภาพถนนบริเวณนั้นยังดีอยู่ รถติดหล่มเพราะถนนทรุดลง แสดงว่ารถที่นายประยงค์ขับมีน้ำบรรทุกมากเกินขนาดที่ถนนจะรับน้ำหนักรถดังกล่าวได้ การกระทำของนายประยงค์จึงเป็นการประมาทเป็นเหตุให้ถนนของโจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ สำหรับปัญหาว่าจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของนายประยงค์จะต้องรับผิดร่วมด้วยหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายประยงค์เป็นลูกจ้างของจำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุกมันสำปะหลังไปส่งที่กรุงเทพมหานครตามทางการที่จ้าง แม้นายประยงค์จะขับรถออกนอกเส้นทางที่เคยขับก็ตาม แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างเวลาที่นายประยงค์ทำงานตามทางการที่จ้าง หากนายประยงค์ขับรถผ่านไปได้ ย่อมสมความประสงค์ของจำเลย จำเลยจึงต้องรับผิดร่วมกับนายประยงค์ด้วย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5712/2533 เทศบาลเมืองอุดรธานี โจทก์ นายเชษฐา ทวีพานิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เทศบาลเมืองอุดรธานี · จำเลย - นายเชษฐา ทวีพานิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุไร คังคะเกตุ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · สุวิทย์ ธีรพงษ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา