⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1027/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2503

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีขอแบ่งทรัพย์สินรวม ไม่จำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดของทรัพย์สินแต่ละรายการให้ครบถ้วน เพียงแต่ระบุสภาพแห่งข้อหาให้ชัดแจ้งว่าโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินส่วนหนึ่งและขอแบ่งทรัพย์สินส่วนของตนที่มีอยู่กับจำเลยก็เพียงพอแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า กระบือที่อยู่กับจำเลยฝูงหนึ่งมีจำนวน 33 ตัว เป็นกระบือที่โจทก์เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยครึ่งหนึ่ง โดยโจทก์ได้รับมรดกมาจากบิดามารดา ในขณะที่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ และจำเลยซึ่งเป็นผู้ปกครองโจทก์ได้ปกครองกระบือนั้นไว้แทนโจทก์ ครั้นโจทก์ได้สามีแยกไปจากจำเลยแล้ว ขอแบ่งเอากระบือส่วนของโจทก์ จำเลยไม่ยอมให้โจทก์ จึงต้องฟ้องเช่นนี้ เป็นคำฟ้องที่ไม่เคลือบคลุมแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องบรรยายในฟ้องว่าเป็นกระบือตัวผู้กี่ตัว ตัวเมียกี่ตัว เพราะนั้นเป็นรายละเอียดมากเกินควรและเกินความจำเป็นที่จะต้องบรรยายสำหรับคำฟ้องเช่นนี้ เพียงเท่าที่โจทก์บรรยายมานั้น ก็แสดงถึงสภาพแห่งข้อหาชัดแจ้งมากพออยู่แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืน จำเลยปฏิเสธและต่อสู้ในข้อสำคัญว่า คำฟ้องเรื่องเรียกเอากระบือเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า ที่สวนและกระบือที่โจทก์ฟ้องเป็นของโจทก์และเห็นว่าโจทก์เพิ่งแยกไปจากจำเลยในปีที่ฟ้องคดีนี้ คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ และคำฟ้องที่เรียกกระบือคืนก็ได้แสดงโดยแจ้งชัดถึงสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับตลอดจนข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม พิพากษายืนกันมาว่า ที่พิพาทตามแผนที่กลางหมายสีแดง เลข ๒ และ ๓ เป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยแบ่งกระบือในฝูงจำนวน ๓๓ ตัว ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ถ้าไม่สามารถแบ่งได้ ให้จำเลยใช้ราคาเป็นเงิน ๓,๕๗๕ บาทแทน หรือประมูลขายระหว่างโจทก์จำเลย ถ้าไม่ตกลงกันก็ให้ขายทอดตลาดแบ่งเงินสุทธิกันคนละครึ่ง จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกาเฉพาะในข้อกฎหมายที่ว่าฟ้องของโจทก์เกี่ยวกับเรื่องกระบือที่เรียกร้องจากจำเลยจะเคลือบคลุมหรือไม่เท่านั้น ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับการเรียกกระบือคืนนั้น โจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งว่า กระบือที่อยู่กับจำเลยฝูงหนึ่งมีจำนวน ๓๓ ตัว เป็นกระบือที่โจทก์เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยครึ่งหนึ่ง โดยโจทก์ได้รับมรดกจากบิดามารดาในขณะที่โจทก์ยังเป็นเด็ก เล็ก ๆ และจำเลยซึ่งเป็นผู้ปกครองโจทก์ได้ปกครองกระบือนั้นไว้แทนโจทก์ ครั้นโจทก์ได้สามีแยกไปจากจำเลยแล้ว ขอแบ่งเอากระบือส่วนของโจทก์ จำเลยไม่ยอมให้โจทก์ จึงต้องฟ้องจำเลยเช่นนี้ เป็นคำฟ้องที่ไม่เคลือบคลุมแต่อย่างใด ไม่จำเป็นต้องบรรยายในฟ้องว่าเป็นกระบือตัวผู้กี่ตัว ตัวเมียกี่ตัว เพราะนั้นเป็นรายละเอียดมากเกินควรและเกินความจำเป็นที่จะต้องบรรยายสำหรับคำฟ้องเช่นนี้ เพียงเท่าที่โจทก์บรรยายมานั้น ก็แสดงถึงสภาพแห่งข้อหาชัดแจ้งมากพออยู่แล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1027/2503 นางกุ้ง เขียวอุดม โจทก์ นายอ้น นิลมณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกุ้ง เขียวอุดม · จำเลย - นายอ้น นิลมณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหลังสวน - นายฉาย อยู่ยืนยง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิพากย์พิบูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520ฎีกา 4303/2530ฎีกา 3601/2530ฎีกา 2383/2536ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา