⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 610/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลแขวงพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและรอการลงโทษไว้ โจทก์และจำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้

ย่อคำพิพากษา

คดีที่ศาลแขวงพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่รอการลงโทษไว้ ซึ่งเข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2503 มาตรา 22(2) ให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้นั้น ย่อมมีความหมายรวมถึงทั้งโจทก์จำเลยที่มีสิทธิจะอุทธรณ์มิได้หมายถึงให้สิทธิเฉพาะจำเลยที่จะอุทธรณ์ได้แต่ฝ่ายเดียวเท่านั้น ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2504

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2503 ม.22 พระราชบัญญัติอากรการพนัน ม.4 พระราชบัญญัติอากรการพนัน ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นเจ้ามือสลากกินรวบและจำหน่ายสลากกินรวลและเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยมิได้รับอนุญาต ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดความพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗+ มาตรา ๔,๑๐,๑๒,๕ และพระราชบัญญัติการพนันแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติการพนันแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ให้จำคุกจำเลย ๖ เดือน ปรับ ๔๐๐ บาท ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย ๓ เดือน ปรับ ๒๐๐ บาท แต่ให้รอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี โจทก์อุทธรณ์ขออย่ารอการลงโทษจำเลย ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์โจทก์ต้องห้ามตามกฎหมาย พิพากษาให้ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๒ ว่า "ในคดีอาญาห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลแขวงในปัญหาข้อเท็จจริง" ซึ่งกรณีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยเมื่อลดโทษให้แล้วคงจำคุก ๓ เดือน แต่ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี เป็นการใช้ดุลพินิจอันเป็นปัญหาในข้อเท็จจริง แต่พระราชบัญญัติที่กล่าวก็ได้ระบุข้อยกเว้นไว้ให้อุทธรณืคำพิพากษาในข้อเท็จจริง แต่พระราชบัญญัติที่กล่าวก็ได้ระบุข้อยกเว้นไว้ให้อุทธรณ์คำพิพากษาในข้อเท็จจริงได้ ในมาตรา ๒๒(๒) ว่า "คดีที่จำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก แต่ศาลรอการลงโทษไว้" ตามนี้ย่อมมีความหมายว่า คดีใดที่จำเลยต้องคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำพิพากษานั้นได้ แม้จะเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะเป็นข้อยกเว้นจากหลักที่บัญญัติห้ามไว้ในวรรคแรก และตัวบทมาตรานี้ก็มิได้ระบุห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเฉพาะโจทก์หรือเฉพาะจำเลย ดังนั้น ข้อยกเว้นที่ให้อุทธรณ์ได้ในข้อเท็จจริงในบางกรณีก็ย่อมมีความหมายรวมถึงทั้งโจทก์จำเลย ซึ่งต่างก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ตามข้อยกเว้น เพราะมาตรา ๒๒(๒) ที่บัญญัติว่า "คดีที่...ฯ" มิได้หมายถึงให้สิทธิพิเศษเฉพาะจำเลยที่จะอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ในกรณีนี้แต่ฝ่ายเดียวดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ในกรณีนี้ได้ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายก ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์โจทก์แล้วพิจารณาพิพากษาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 610/2504 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นางเจียน สุเมธี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - นางเจียน สุเมธี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เชื้อ คงคากุล · สุทธิวาทนฤพุฒิ · สารกิจปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1370/2505ฎีกา 636/2470ฎีกา 3059/2532ฎีกา 644/2469ฎีกา 237/2513ฎีกา 788/2542ฎีกา 3914/2533ฎีกา 951/2534ฎีกา 379/2486ฎีกา 761/2470
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา