⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 237/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2513

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเล่นดวด แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเล่นสกาพนัน การเล่นดวดเป็นผิดตามมาตรา 4 ส่วนการเล่นสกาพนันเป็นความผิดตามมาตรา 4 ทวิ ซึ่งเป็นคนละบทมาตรากัน จึงต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ ศาลจะลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรค 3 และเมื่อเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ให้มิต้องถูกรับโทษได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2485 ม.3 พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ม.4 พระราชบัญญัติอากรการพนัน ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเล่นการพนันดวดพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตและจัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นทางนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน จำเลยที่ ๒ มีประวัติการต้องโทษท้ายฟ้อง พ้นโทษแล้วยังไม่ครบสามปี มากระทำความผิดคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ และพระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓ และขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ รับว่าเคยต้องโทษ พ้นโทษมาตามฟ้องจริง ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ มาตรา ๑๒ จำเลยที่ ๒ เคยต้องโทษมาแล้ว จึงเพิ่มโทษตามมาตรา ๑๔ ทวิ ด้วย ให้ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ เดือน ปรับ ๖๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๑ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ของกลางริบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ ไม่รับ เพราะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการเล่นดวด เท่าที่พอจะเป็นไปได้ก็เป็นเพียงการเล่นสกาเท่านั้น ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณาจึงต่างกับที่โจทก์กล่าวในฟ้องในข้อสารสำคัญ ลงโทษจำเลยไม่ได้ ต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ เมื่อเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี จึงมีผลถึงจำเลยที่ ๑ ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ของกลางไม่ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเล่นสกามิได้เล่นดวดดังฟ้องโจทก์ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเล่นดวด แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเล่นสกาพนัน การเล่นดวดเป็นผิดตามมาตรา ๔ ส่วนการเล่นสกาพนันเป็นความผิดตามมาตรา ๔ ทวิ ซึ่งเป็นคนละบทมาตรากัน จึงต้องถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ ศาลจะลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ วรรค ๓ และเมื่อเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ ๑ ให้มิต้องถูกรับโทษได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2513 ผู้ว่าคดีศาลแขวงธนบุรี โจทก์ นายเฉลิม สำราญเลิศ ที่ 1 นายสุนทร จิตรพานิชเจริญ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงธนบุรี · จำเลย - นายเฉลิม สำราญเลิศ ที่ 1 นายสุนทร จิตรพานิชเจริญ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · แสวง ลัดพลี · วินัย ทองลงยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงธนบุรี - นายวรชาติ คูสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ กลัมพะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 726/2487ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา