⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1239/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทายาทจะถูกจำกัดมิให้รับมรดกตามมาตรา 1605 ได้ต่อเมื่อมีการปิดบังหรือยักย้ายทรัพย์มรดกเท่านั้น การขอรับมรดกโดยไม่ระบุทายาทอื่น หรือการขอแบ่งที่ดินมรดกเพื่อขายหรือนำไปเป็นประกันหนี้ ไม่ถือเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก

ย่อคำพิพากษา

ทายาทที่จะถูกจำกัดมิให้รับมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1605 ต้องเป็นผู้ปิดบังหรือยักย้ายทรัพย์มรดกแต่การที่ทายาทคนหนึ่งไปขอประกาศรับมรดกโดยไม่ระบุลงไปในบัญชีเครือญาติว่ายังมีบุคคลอื่นเป็นทายาทอีกด้วยนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก เมื่อเจ้าพนักงานโอนโฉนดให้แก่ทายาทผู้ขอรับมรดกดังกล่าวแล้ว ภายหลังทายาทนั้น ขอแบ่งที่ดินมรดกเพื่อจะขายและเอาเรือนที่ปลูกอยู่ในที่ดินนั้นไปประกันเงินกู้ดังนี้ ไม่ใช่กรณียักย้ายหรือปิดบังมรดก โจทก์และจำเลยต่างก็เป็นบุตรของผู้ตาย ผู้ตายทำพินัยกรรมยกที่ดินกับเรือนให้จำเลย และยกโฉนดกระบือให้โจทก์ ดังนี้ จะนำเรื่องกำจัดมิให้รับมรดกตามมาตรา 1605 วรรคแรก มาใช้บังคับแก่การกระทำของจำเลยเกี่ยวกับที่ดินและเรือนมรดกหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1605

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิมนายเหล็งมีภรรยาชื่อ นางสายซึ่งตายไปแล้ว ต่อมานายเหล็งได้นางทองดีเป็นภรรยาใหม่ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เกิดบุตรที่ยังคงมีชีวิตอยู่คนหนึ่ง คือโจทก์ ซึ่งนายเหล็งได้รับรองว่าเป็นบุตร นายเหล็งตายเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ มีทรัพย์มรดก คือที่ดินโฉนดที่ ๑๔๕๗ กึ่งหนึ่ง กับเรือนซึ่งปลูกอยู่ในที่แปลงนั้น ๑ หลัง ตกได้แก่โจทก์ ๆ ครอบครองตลอดมา จำเลยไม่ได้เป็นบุตรของนายเหล็ง เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๐๑ จำเลยปิดบังโจทก์โดยร้องเท็จหลอกลวงเจ้าพนักงานที่ดินว่าจำเลยเป็นบุตรของนายเหล็ง นางสาย เป็นทายาทคนเดียว ขอรับมรดกที่ดินของนายเหล็งดังกล่าว จนเจ้าพนักงานลงชื่อ จำเลยในฐานะเป็นผู้รับมรดกที่ดินส่วนของนายเหล็ง ต่อมาจำเลยขอแบ่งแยกโฉนดส่วนที่จำเลยรับมรดกนั้นเพื่อโอนขายแก่ผู้อื่น โจทก์ได้ขออายัดไว้ ส่วนเรือนมรดกจำเลยก็เอาประกันหนี้ไว้ การกระทำของจำเลยไม่สุจริตเพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นการเสื่อมประโยชน์ของโจทก์ซึ่งเป็นทายาท หากจำเลยจะเป็นทายาทด้วยก็ย่อมถูกจำกัดไม่ให้ได้รับมรดก ขอให้พิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้รับมรดกตามฟ้อง เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนรับมรดกของจำเลยและถอนชื่อจำเลยในโฉนดเสียใส่ชื่อโจทก์แทน ฯลฯ จำเลยให้การต่อสู้ว่านายเหล็งได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกตามฟ้องให้แก่จำเลยแต่ผู้เดียว จำเลยครอบครองทรัพย์มาฝ่ายเดียว การขอรับโอนมรดกนั้น กระทำไปโดยสุจริต ไม่ได้ปิดบังความจริง หากโจทก์จะมีอำนาจฟ้องก็ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า นายเหล็งได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ตามฟ้องให้แก่จำเลย การที่จำเลยแจ้งว่าเป็นทายาทของนายเหล็งแต่ผู้เดียวก็ไม่ถูกกำจัดสิทธิรับมรดก พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยเป็นบุตรนายเหล็ง แต่ไม่เชื่อว่านายเหล็งทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้แก่จำเลย โจทก์และมารดาครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา ส่วนเรือนพิพาทนั้นจำเลยครอบครองคนเดียว แต่ที่ดินนั้นจำเลยได้ไปแจ้งเท็จว่าจำเลยเป็นทายาทคนเดียวจนเจ้าพนักงานหลงเชื่อโอนใส่ชื่อจำเลยในโฉนด ทำให้โจทก์ซึ่งเป็นทายาทเสื่อมเสียประโยชน์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๐๕ จำเลยจึงถูกตัดไม่ให้ได้รับมรดกที่ดิน ที่ดินนั้นตกได้แก่โจทก์ทั้งหมด พิพากษาแก้ว่าที่ดินโฉนดที่ ๑๔๕๗ เฉพาะส่วนของผู้ตายเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้เพิกถอนนิติกรรมจดทะเบียนรับมรดกของจำเลย และถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนด ใส่ชื่อโจทก์แทน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยก็เป็นบุตรของนายเหล็งนายเหล็งทำพินัยกรรมยกที่ดินกับเรือนที่พิพาทให้แก่จำเลย กับยกโคกระบือให้โจทก์และเมื่อพิจารณาประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๐๕ แล้วเห็นว่า ตามมาตรานี้ ทายาทที่จะถูกกำจัดมิให้รับมรดกนั้นต้องเป็นผู้ที่ปิดบับหรือยักย้ายทรัพย์มรดก เรื่องที่ดินมรดกนี้ จำเลยไม่ได้ยักย้ายหรือปิดบังไว้ แต่ยังได้ไปขอประกาศรับมรดกอย่างเปิดเผย การที่จำเลยไม่ระบุลงไปในเครือญาติว่าโจทก์เป็นบุตรนายเหล็งเป็นเรื่องไม่ใส่ชื่อบุคคลในบัญชีเครือญาติเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก ส่วนที่จำเลยขอแบ่งที่ดินมรดกเพื่อจะขาย และเอาเรือนไปประกันเงินกู้ก็เป็นการกระทำภายหลังที่เจ้าพนักงานโอนโฉนดให้แก่จำเลยผู้รับมรดกแล้ว จำเลยจึงถือว่าเป็นทรัพย์ของตนอันมีสิทธิจะจัดการอย่างไรก็ได้ จึงไม่ใช่กรณียักย้ายหรือปิดบังมรดกอันถึงถูกกำจัด ฯ ทั้งมาตรา ๑๖๐๕ วรรคท้ายก็ห้ามไม่ให้นำเรื่องกำจัดมิให้รับมรดกมาใช้บังคับแก่ผู้รับพินัยกรรม ซึ่งผู้ตายได้ทำนิติกรรมยกทรัพย์สินให้เฉพาะสิ่งเฉพาะอย่างในอันที่จะได้รับทรัพย์สินนั้น จำเลยจึงไม่ควรถูกกำจัด ฯ ในที่สุดพิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมด ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1239/2506 เด็กหญิงอำพร วิมลนันท์ โดยนางทองดี วิมลนันท์ มารดาผู้ปกครองและผู้ แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นางศิริ จันทร์ไพจิตร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความมารดาผู้ปกครองและผู้ - เด็กหญิงอำพร วิมลนันท์ โดยนางทองดี วิมลนันท์ · โจทก์ - แทนโดยชอบธรรม · จำเลย - นางศิริ จันทร์ไพจิตร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายสุธี ชอบธรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายประภาษ วณิกเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 686/2548ฎีกา 7706/2548ฎีกา 3886/2566ฎีกา 478/2501ฎีกา 595/2535ฎีกา 936/2524ฎีกา 5382-5383/2539ฎีกา 4164/2532ฎีกา 433/2528ฎีกา 1594/2534ฎีกา 5750-5751/2533ฎีกา 2485/2533ฎีกา 716/2485ฎีกา 1823/2537ฎีกา 5396/2539ฎีกา 2043/2541ฎีกา 5567/2540ฎีกา 4765/2565ฎีกา 7203/2544ฎีกา 2284/2533ฎีกา 6636/2538ฎีกา 3349/2529ฎีกา 581/2565ฎีกา 2630/2567
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา