คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2485/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องสอดมีสิทธิเช่นเดียวกับคู่ความในคดีเดิม และสามารถยกข้อต่อสู้เกี่ยวกับความเคลือบคลุมของคำฟ้องและอำนาจฟ้องของโจทก์ได้.
การที่ศาลพิพากษาให้โจทก์ได้รับทรัพย์มรดกตามส่วนที่ควรได้รับตามกฎหมาย ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ แม้โจทก์จะฟ้องขอไปมากกว่านั้น.
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องสอดร้องสอดเข้ามาในคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ซึ่งตามมาตรา 58วรรคแรก บัญญัติให้ผู้ร้องสอดมีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ ดังนั้น ผู้ร้องสอดจึงมีสิทธิที่จะต่อสู้ในเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและอำนาจฟ้องของโจทก์ได้
โจทก์ฟ้องเรียกเอาทรัพย์มรดกส่วนของนาง น. ทั้งหมดอ้างว่าตนเป็นทายาทโดยธรรมของนาง น. นาย ก. สามีนาง น.ถูกกำจัดมิให้รับมรดกส่วนของนาง น. เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่านาย ก. ไม่ได้ถูกกำจัดมิให้รับมรดกส่วนของนาง น. โจทก์มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของนาง น. แต่บางส่วน ศาลพิพากษาให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งมรดกของนาง น. ตามส่วนที่แต่ละคนจะได้รับได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(2) ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอ้าย เม็งทอง กับพวก · ผู้ร้องสอด - นายจันทร์ ถาวร กับพวก · จำเลย - นายบุญรัตน์ อินทรจักร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา